(เพิ่มเติม) RAIMON ยัน"กลุ่มเจริญ"ไม่เทคฯ,ตั้งเป้า 5 ปี พัฒนาปีละ 1-2 โครงการใหม่

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday May 30, 2011 16:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอูแบร์ วิริออท กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. ไรมอน แลนด์ (RAIMON) เปิดเผยว่า กลุ่มของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของธุรกิจเบียร์ช้างไม่ได้มีท่าทีที่จะเข้ามาซื้อกิจการ RAIMON และไม่เคยติดต่อพูดคุยกัน รวมทั้งเท่าที่ตรวจสอบดูกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ยังคงถือหุ้นเพื่อลงทุนระยะยาวตามปกติ

อย่างไรก็ตาม บริษัทเองก็ไม่ได้ปิดโอกาสที่จะเปิดรับพันธมิตรใหม่เข้ามาร่วมพัฒนาโครงการ หากกลุ่มที่สนใจมีข้อเสนอที่ดี แต่ก็จะมองในแต่ละโครงการไป

นายวีริออท กล่าวว่า แผนธุรกิจของบริษัทในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการ 1-2 โครงการต่อปี ทั้งในกรุงเทพฯ และหรือพัทยา โดยจะขยายฐานรายได้ของบริษัทด้วยการมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าในตลาดระดับบนและระดับสูง ประกอบกับการนำเสนอโครงการใหม่ที่จะสร้างรายได้ที่ต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงธุรกิจที่ให้บริการหรือส่งเสริมโครงการของบริษัทด้วย

นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้กว้างขึ้น ซึ่งในแต่ละปีควรจะมีโครงการต่าง ๆ อยู่ในแต่ละช่วงเวลาอย่างน้อย1 โครงการ เช่น อยู่ขั้นตอนการวางแผน, อยู่ระหว่างการเปิดตัว, อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และอยู่ระหว่างการส่งมอบ

นายวีริออท กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะเปิดโครงการแน่นอนแล้ว 5 โครงการในช่วง 3 ปีนี้ มูลค่าโครงการละ 3 พันล้านบาท หากโครงการที่พัทยามียอดขายเติบโตได้ดีก็จะมีเปิดโครงการใหม่ที่พัทยาเพิ่มเติมอีก 1 โครงการ ซึ่งขณะนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในการทำการตลาดพอสมควร

ทั้งนี้ บริษัทจะคงความโดดเด่นทางด้านคุณภาพและเอกลักษณ์ไว้ พร้อมทั้งทยอยพัฒนาโครงการที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการผสมผสานและส่งเสริมรวมถึงให้บริการกับโครงการต่าง ๆ ของบริษัท โดยโครงการ Vue และ The River Promenade นั้น ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น จุดมุ่งหมายหลักคือการสร้างให้บริษัทเจริญเติบโตอย่างมั่นคง มีรายได้ที่สม่ำเสมอในอีก2-3 ปีข้างหน้า พื่อการสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น และบริษัทพัฒนาไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน บริษัทมียอดขายที่ยังไม่รับรู้รายได้(Backlog)ณ สิ้นเดือน พ.ค.54 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.49 หมื่นล้านบาท โดยเป็นยอดขายจากโครงการเดอะริเวอร์ในกรุงเทพฯ จำนวน 1.03 หมื่นล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 73 ของมูลค่าโครงการ) ซึ่งภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่นั้น มูลค่า Backlog นี้จะรับรู้เมื่อมีการโอนห้องชุด โดยโครงการเดอะริเวอร์จะสามารถโอนให้กับลูกค้าได้ในปี 55

ส่วนโครงการ 185 ราชดำริในกรุงเทพฯ ณ สิ้นเดือนมีนาคมมียอดขาย (ทำสัญญาแล้ว) กว่าร้อยละ 35 ของพื้นที่ขายทั้งหมดของโครงการ ส่วนโครงการนอร์ทพ้อยท์ในพัทยา มียอดขายร้อยละ 75 ณ สิ้นสุดไตรมาส 1/54 และโครงการใหม่ ซายร์ วงศ์อมาตย์ มียอดขายร้อยละ 22

"การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานทางบัญชีส่งผลต่องบการเงินของบริษัทในปี 54 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด ประกอบกับปัจจุบัน สถานะทางการเงินของบริษัทมีความเข้มแข็งมากกว่าหลายปีก่อน โดยจะเห็นได้จากในปัจจุบัน บริษัทมี Backlog เกือบ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งความแข็งแกร่งนี้เองจะช่วยหนุนให้บริษัทสามารถทำกำไรในปี 55 และปีต่อ ๆ ไปได้เป็นอย่างดี"นายอูแบร์ กล่าว

สำหรับไตรมาส 2/54 บริษัทคาดว่าจะมีการรับรู้รายได้ 300-400 ล้านบาท และยังคงเป้าหมายรายได้ 1 พันล้านบาท และปีหน้าก็เชื่อว่าจเห็นรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดหลังจากโครงการเดอะ ริเวอร์แล้วเสร็จและสามารถโอนให้ลูกค้าได้

ในด้านการลงทุนบริษัทไม่มีความกังวลแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีผลประกอบการยังขาดทุน เพราะสถาบันการเงินยังยินดีจะสนับสนุนด้านการเงิน เนื่องจากเห็นว่าโครงการของบริษัทเป็นโครงการที่ดี และยังเป็นตลาดที่เป็นโอกาสเติบโต แม้ว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพเริ่มจะหดตัว แต่เชื่อว่าโครงการที่พัทยายังจะช่วยให้บริษัทเติบโตได้ต่อเนื่อง

และขณะนี้ไม่มีแผนซื้อที่ดินเก็บไว้ เพราะราคาที่ดินในกรุงเทพผันผวนน้อย ขณะที่บริษัทไม่ต้องการมีความเสี่ยง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ