โบรกเก็งหุ้นไทยปี 69 ฟื้นคืนชีพลุ้นวิ่งถึง 1,400 รับ Election Rally-ปันผลสูงหวังดึง Fund Flow ทะลักเข้า

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday January 6, 2026 17:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปี 69 นักลงทุนจะกลับมาให้ความสนใจตลาดหุ้นไทยมากขึ้น หลังจากดัชนี Underperform มาถึง 3 ปีติดต่อกัน โดยเชื่อว่าเม็ดเงินจะไหลเข้ามาในกลุ่มหุ้นปันผลก่อน เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) สูงกว่าตลาดอื่นในภูมิภาค ปัจจุบัน Payout Ratio เฉลี่ยตลาดหุ้นไทยใกล้ระดับ 60% นอกจากนี้ ช่วงต้นปีมีเหตุการณ์สำคัญคือการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นเติบโตได้ดีในช่วงครึ่งปีแรกของปี 69

กลุ่มอุตสาหกรรมที่จ่ายเงินปันผลสูงและคาดว่าจะ Outperform ในปี 69 ได้แก่ กลุ่มธนาคาร กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะปิโตรเคมีคาดว่าฟื้นจากการที่โรงงานหลายแห่งในภูมิภาคปิดตัวลงเนื่องจากปัญหา Oversupply ทำให้สเปรดน่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัวได้ นอกจากนี้ หากสงครามรัสเซีย-ยูเครนสิ้นสุด อาจทำให้เกิดอุปสงค์ด้านปิโตรเคมีเพื่อก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมเมืองที่เกิดความเสียหายจากสงคราม ซึ่งหากรวมทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าวมี Market Cap ค่อนข้างใหญ่หรือราวครึ่งหนึ่งของตลาดหุ้นไทย และเชื่อว่ากลุ่มนี้ยังเป็นเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติ

"ก่อนหน้านี้คนอาจจะไม่ค่อยสนใจเงินปันผลเพราะว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯ อยู่สูงกว่า 4% ซึ่งหากดอกเบี้ยปรับลดลง แต่เงินปันผลไทยยังอยู่ระดับปัจจุบัน จุดนี้จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้นักลงทุนที่แสวงหาผลตอบแทน (Search for Yield) ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยขาลง เรามองว่าปีนี้คนน่าจะเริ่มกลับมาสนใจในฝั่งของหุ้นไทย แต่ว่าเน้นปันผลก่อน พอตลาดเริ่มดีขึ้น Growth Stock เริ่มมาและหุ้นขนาดเล็กๆ จะเริ่มฟื้นตัวตามลำดับ

นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาสร้างสีสันให้กับการลงทุนในปีนี้คือ การเลือกตั้ง ซึ่งจากสถิติในอดีตพบว่าตลาดหุ้นไทยมักจะปรับตัวขึ้นในช่วงก่อนและหลังการเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า "Election Rally" โดยเฉลี่ยแล้วดัชนีจะขึ้นมาราว 2% ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง และปรับขึ้นอีก 5% ในช่วง 1 เดือนหลังการเลือกตั้ง

และที่สำคัญตลาดให้ความสำคัญกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล หากไม่ใช่นักการเมืองและเป็นผู้เชี่ยวชาญก็เชื่อว่าตลาดจะตอบรับเชิงบวก ทั้งนี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาเก็งกำไรช่วง Election Rally อย่างน้อย 3-4 หมื่นล้านบาท

"Fund Flow เป็นเรื่องที่คาดการณ์ยาก มองในแง่ของสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติพอลงมา 1 ใน 4 ตรงนี้สมเหตุสมผล แต่จะกลับมาเท่าไรขึ้นอยู่กับเรื่องการเมือง ถ้าสัดส่วนขึ้นมา 3% อาจได้เห็นเม็ดเงินไหลเข้าหลัก 6-7 หมื่นล้านบาท ปีนี้เรามีเลือกตั้งต่างชาติที่เก็งกำไรจากการเลือกตั้งอาจเข้ามาช่วงเดือนก.พ.อย่างน้อยหลัก 3-4 หมื่นล้านบาท"

อีกทั้งประเด็นเรื่องความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย หรือด้าน Governance ของบริษัทจดทะเบียนที่เคยมีปัญหาในช่วงอดีตที่ผ่านมา ปัจจุบันหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ดำเนินการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด รวมทั้งโครงการ Jump+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย น่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นกลับมาได้ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จึงประเมิน SET Index ปี 69 จะอยู่ที่ 1,400 จุด มั่นใจว่าจะไปถึงได้

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน ทั้งการเติบโตของ GDP และความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.50-32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และความผันผวนของค่าเงินบาทในปีนี้น่าจะน้อยกว่าปี 68 ที่ผ่านมา


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ