เมื่อเวลา 09.58 น. THAI พุ่ง 9.93% เพิ่มขึ้น 0.70 บาท มาที่ 7.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 59.27 ล้านบาท จากราคาเปิด 7.65 บาท ราคาสูงสุด 7.75 บาท และแราคาสูงสุด 7.60 บาท
บล.กรุงศรี มองเป็น Sentiment บวก หลังวานนี้ (6 ม.ค.)ศาลแพ่งมีคำสั่ง "ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว" ส่งผลให้บอร์ดใหม่ 9 คน ของบมจ.การบินไทย [THAI](มติประชุมผู้ถือหุ้น 19 ธ.ค. 2568) สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กับพวกรวม 5 คน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น THAI ฟ้องขอเพิกถอนมติประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2568 และต่อมาวันที่ 23 ธ.ค. 2568 ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้บอร์ดใหม่ 9 คน เข้าปฏิบัติหน้าที่
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ด THAI เผยว่าเตรียมจัดประชุมบอร์ด THAI โดยเร็วที่สุด เพื่อแต่งตั้งกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม (เพื่อที่จะสามารถลงนามในสัญญาโครงการต่างๆ ได้) และกรรมการชุดย่อยให้ครบ 4 ชุด
เรามองเป็น Positive Sentiment กรณีศาลฯ ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ช่วยคลายความกังวลเรื่องการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของบอร์ดใหม่ (9 คน) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ THAI เช่น การลงนามสัญญาเช่าเครื่องบิน หรือการลงทุนโครงการศูนย์ซ่อมท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการพิพากษาของศาลแพ่งกรณีร้องการประชุมบอร์ด THAI เมื่อ 19 ธ.ค. 2568 ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ในวันที่ 16 ก.พ. 2569 ต่อไป
เราคงคำแนะนำ Neutral ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท โดยคาดกำไรปกติ ไตรมาส 4/68 เพิ่มขึ้น QoQ ตามฤดูกาล แต่ยังลดลง YoY จากการแข่งขันสูงที่ฉุดราคาตั๋วโดยสารเฉลี่ยลดลง ขณะที่ปี 2569 ผลการดำเนินงาน THAI อาจมี Upside จากราคาน้ำมัน Jet Fuel ต่ำกว่าคาด (ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 80-81 USD/Barrel เทียบกับสมมติฐานเฉลี่ยทั้งปีของเราที่ 90 USD/Barrel)
เบื้องต้นเรายังคาดกำไรปี 2569 ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท ลดลง -26% YoY ผลจากการแข่งขันในธุรกิจสายการบินที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หุ้น THAI ยังมีประเด็นลบกดดันจาก ประเด็นการพิจารณาคดีศาลแพ่งข้างต้นยังไม่เป็นที่สิ้นสุด ช่วงต้นปีและกลางปี 2569 หุ้น THAI จะสิ้นสุดระยะเวลาการห้ามซื้อขาย (Silent Period) สำหรับหุ้นเพิ่มทุน (ต้นทุนที่ 2.5452-4.48 บาท/หุ้น) จำนวน 6.6 พันล้านหุ้น ในวันที่ 4 ก.พ. 2569 และอีก 2 หมื่นล้านหุ้น ในวันที่ 4 ส.ค. 2569