ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มธนาคารมีสินเชื่อขยายตัวต่ำกว่าอัตราการเติบโตของ GDP ไทยมาตั้งแต่ไตรมาส 4/66 ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังของธนาคารในการทำธุรกิจสินเชื่อ ทั้งนี้ ปกติแล้วสินเชื่อมักจะเติบโตสูงกว่า GDP ประมาณ 1.0-2.0 เท่า ขณะเดียวกันอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (LDR) ที่ 90.6% และอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากและเงินกู้ยืมที่ 86.8% ในไตรมาส 3/68 ของกลุ่มธนาคารเป็นสถิติต่ำสุดในรอบ 8 ปี จึงประมาณการว่ายอดสินเชื่อรวมของธนาคาร 8 แห่งที่ศึกษาจะเติบโต 0.9-1.9% ในปี 69-70 ภายใต้สมมติฐานที่ GDP เติบโต 1.9- 2.0% ซึ่งสะท้อนว่าธนาคารยังคงมีท่าทีระมัดระวัง เพราะกังวลว่า NPL จะเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับแบกง์พาณิชย์ที่ CGSI ทำการศึกษา ประกอบด้วย BBL, CREDIT, KBANK, KKP, KTB, SCB,TISCO, และ TTB
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 25bp ในครึ่งแรกของปี 69 ขณะที่ประมาณการว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) โดยรวมน่าจะลดลง 3bp yoy เหลือ 3.27% ในปี 69 แต่จะเพิ่มขึ้น 4bp yoy ในปี 70 ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยน่าจะลดลง 4.4% ในปี 69 จากฐานสูงในปี 68 ดังนั้น กลุ่มธนาคารจึงน่าจะมีกำไรก่อนตั้งสำรอง (PPOP) ลดลง 3.8% yoy ในปี 68 ก่อนจะกลับมาเติบโต 1.3% yoy ในปี 70
ส่วนแรงหนุนจากโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะส่งผลให้อัตราการสำรองหนี้สูญรวมลดลง 10bp yoy ในปี 69 และ 3bp yoy ในปี 70 แต่คาดว่า ROE รวมจะลดลงจาก 9.6% ในปี 68 เหลือ 9.1% ในปี 69 และ 8.7% ในปี 70 เนื่องจากกำไรสุทธิน่าจะลดลง 1.1% ในปี 69 และทรงตัวในปี 70
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ประมาณการว่าธนาคาร 8 แห่งที่ศึกษาจะทำกำไรสุทธิรวม 5.61 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% yoy, แต่ลดลง 11.2% qoq ในไตรมาส 4/68 และคาดอัตราเติบโตของสินเชื่อโดยรวมจะลดลง 3.6% yoy และ 0.7% qoq ขณะเดียวกัน ตั้งสมมติว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) รวมในไตรมาส 4/68 จะทรงตัว qoq ที่ 3.18% ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยน่าจะเพิ่มขึ้น 25.5% yoy แต่ลดลง 10.2% qoq เพราะไตรมาส 4/68 น่าจะไม่มีกำไรจากเครื่องมือทางการเงินจำนวนมากเหมือนไตรมาสก่อนหน้า
นอกจากนี้ ประมาณการว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จะเพิ่มสูงขึ้น 44.9% qoq ในไตรมาส 4/68 จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ดังนั้น จึงคาดว่า PPOP จะเติบโต 2.3% yoy แต่ลดลง 9.1% qoq ในไตรมาส 4/68
ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ในกลุ่มธนาคาร เพราะคาดกำไรสุทธิจะเติบโตต่ำในปี 69-70 แต่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าจะยังสูงที่ 6.1% ในปี 69 ปัจจุบันธนาคารไทยซื้อขายที่ P/BV ล่วงหน้า 0.72 เท่าในปี 69 หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยห้าปีในอดีตที่ 0.64 เท่าเล็กน้อย ขณะที่เลือก SCB เป็นหุ้น Top pick เพราะคาดว่าบริษัทจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 7.6-7.9% ต่อปีในปี 69-70 โดยกลุ่มธนาคารจะมี downside risk หาก NPL เพิ่มสูงขึ้นและธปท. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ส่วน upside risk จะมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาไทยมากขึ้น เพราะอาจช่วยกระตุ้นการบริโภค รวมทั้งนโยบายประชานิยมของรัฐบาลไหม้หลังการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนก.พ.69