นางสาวนลิน วิริยะเสถียร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ.เพ็ทพัล โปรดักส์ [PETPAL] เปิดเผยว่า PETPAL อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) หลังจากได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
PETPAL จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 52,769,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 35 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ เพื่อนำไปลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตสูงสุดอีกประมาณ 24,000 ตัน ขยายสายการผลิตสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงในกลุ่มฟรีซดราย (Freeze-dried) อาทิ Value-added kibbles เป็นต้น เพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง,ชำระเงินกู้สถาบันการเงิน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
นายวสกร โมรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด PETPAL เปิดเผยว่า บริษัทกำหนดจัดโรดโชว์เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ วิสัยทัศน์ กลยุทธ์การเติบโต และแผนการลงทุนในอนาคต แก่นักลงทุนรายย่อยในวันอังคารที่ 13 ม.ค.ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Facebook Petpal Products Public Company Limited, Maybank Securities Thailand และ Wealthy Thai
ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ปี 65-67 รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 601.46 ล้านบาท เป็น 682.72 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 6.54% ต่อปี และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 40.47 ล้านบาท เป็น 65.05 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยต่อปี 26.89% ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2568 มีรายได้จากการขาย 572.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.87% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิ 81.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.40% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยมาจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากการขายสินค้า House Brand ที่เพิ่มขึ้นเป็น 133.18 ล้านบาท เติบโต 64.28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ของ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ให้ราคาเป้าหมาย (Fair Value) ของ PETPAL ที่ 14.00 บาทต่อหุ้น ภายใต้ค่า P/E ปี 2569 ที่ 15 เท่า โดยมองว่า PETPAL มีศักยภาพเติบโตสูงจากการเป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดแห้งแบบเม็ดคุณภาพดีสำหรับแมวและสุนัขที่มีความยืดหยุ่นและให้บริการครบวงจร ตอบโจทย์ลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางที่ต้องการเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีการเติบโตสูง และมีศักยภาพเติบโตจากตลาดส่งออกหลายประเทศ เน้นตลาดที่การแข่งขันยังไม่รุนแรง เช่น ในภูมิภาคอาเซียนและตะวันออกกลาง
รวมถึงกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น จึงคาดว่ายอดขายของ PETPAL จะเติบโตเฉลี่ยปีละ (CAGR) 18% ในปี 67-70 สูงกว่าภาพรวมตลาดอาหารแมวและสุนัขทั่วโลกที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 5.7% ต่อปีในปี 67-72 โดยได้รับแรงหนุนจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับความต้องการในอุตสาหกรรมที่ขยายตัวและการรุกตลาดใหม่ที่การแข่งขันไม่สูง นอกจากนี้ ราคาสินค้า House Brand ของ PETPAL ยังถูกกว่าคู่แข่ง เปิดโอกาสให้ปรับขึ้นราคาได้อีก และไม่มียอดขายจากสหรัฐอเมริกาจึงไม่มีความเสี่ยงจากดีมานด์ที่อาจชะลอตัว นอกจากนี้ คาดว่ายอดขายสินค้า House Brand จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 42% ในปี 67-70 สูงกว่าสินค้า ODM ที่เติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี
ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินราคาเหมาะสม PETPAL ที่ 13.40 บาท อิง PER ที่ 14.3 เท่า ซึ่งเป็นระดับ Conservative เทียบกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมใกล้เคียงกัน โดยมี Upside จากการได้ลูกค้ารายใหญ่และลูกค้ารายใหม่ รวมถึงการพัฒนาสินค้าใหม่กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดแห้งสูตร Freeze dried (Value-added Kibbles) ที่อยู่ในแผนพัฒนา คาดว่ากำไรปกติปี 2568 เติบโต 73.9% จากปีก่อน และคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น 15.3% จากปีก่อน จากขยายธุรกิจของบริษัทฯ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย การพัฒนาสินค้าใหม่ เพิ่มสัดส่วนรายได้กลุ่ม สินค้า House Brand
ส่วน บล.เอเซียพลัส ประเมินราคาเป้าหมาย PETPAL ที่ 13.00 บาท ภายใต้คาดการณ์ EPS (กำไรต่อหุ้น) ปี 69 ที่ 0.93 บาท และอิง PER 14 เท่า โดยคาดการณ์กำไรปี 68-70 จะเติบโตเฉลี่ย 36% จากการเพิ่มกำลังการผลิตจาก 26,400 ตันต่อปีในปี 67 เป็น 60,000 ตันต่อปีภายในปี 70 เพื่อรองรับปริมาณการขายมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายตลาด ODM ไปยังประเทศใหม่ที่มีศักยภาพเติบโต และเพิ่มสัดส่วนกลุ่มสินค้า House Brand ผ่านการเพิ่มแบรนด์ใหม่ เปิดตัวสินค้าใหม่ Freeze Dried ที่มีมูลค่าเพิ่มเพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้า Value added kibbles ตลอดจนเดินหน้าทำการตลาดในประเทศ ขยายช่องทางจัดจำหน่าออฟไลน์และออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ บล.ทรีนีตี้ ให้ราคาเป้าหมายของ PETPAL ที่ 12.90 บาทต่อหุ้น อิง PER ที่ 14.0 เท่า ต่ำกว่าธุรกิจใกล้เคียงกันในตลาดที่มีค่าเฉลี่ย 14.5 เท่า โดยมองว่า PETPAL มีจุดเด่นจากการที่ผู้บริหารมีความเข้าใจตลาดอย่างดี มีทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า มีความยืดหยุ่นในการให้บริการและมีบริการแบบครบวงจร คาดว่าปี 68 จะมีกำไรเติบโต 57.2% จากปีก่อน