FETCO เปิดดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนพุ่งเข้าเกณฑ์ "ร้อนแรง" ต่างชาติแห่เข้าซื้อหลังการเมืองชัดเจน

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday January 8, 2026 11:58 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

FETCO เปิดดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนพุ่งเข้าเกณฑ์

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนธ.8. 68 (สำรวจระหว่างวันที่ 19-31 ธ.ค. 68) พบว่า ดัชนีในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรง" ที่ระดับ 156.60 นักลงทุนมองว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือการไหลเข้าของเงินทุน และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ส่วนปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ การถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ รองลงมาคือ ความผันผวนของค่าเงินบาท และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ

ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้

- ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (มี.ค. 69) อยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรง" (ช่วงค่าดัชนี 120-159) ที่ระดับ 156.60

- ความเชื่อมั่นของนักลงทุนบุคคลอยู่ในเกณฑ์ "ทรงตัว" กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์และกลุ่มนักลงทุนสถาบันอยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรง" ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรงอย่างมาก"

- หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ ธนาคาร (BANK)

- หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดแฟชั่น (FASHION)

- ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์การเมืองในประเทศ

- ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ

ผลสำรวจ ณ เดือนธ.ค. 68 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลปรับเพิ่ม 8.2% อยู่ที่ระดับ 102.67

- กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่ม 12.0% อยู่ที่ระดับ 140.00

- กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับเพิ่ม 12.8% อยู่ที่ระดับ 133.3

- กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับเพิ่ม 100.0% อยู่ที่ระดับ 200.00

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ในเดือนธ.ค. 68 ดัชนี SET ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยทางการเมืองหลังมีการประกาศยุบสภา ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา, ความผันผวนในตลาดหุ้นโลกจากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ และแรงซื้อขายหลักทรัพย์เบาบางก่อนในช่วงสิ้นปี อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากความชัดเจนทางการเมืองหลังกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ การประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ลง 0.25% เหลือ 1.25% และเฟด ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% อยู่ที่ระดับ 3.50-3.75%

โดย SET Index ณ สิ้นเดือนธ.ค. 68 ปิดที่ 1,256.67 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนธ.ค. 68 อยู่ที่ 31,474 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 6,202 ล้านบาท โดยมูลค่ารวมทั้งปี 68 นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิรวม 107,097 ล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ สัญญาณที่ชัดเจนขึ้นของทิศทางดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ และธนาคารกลางหลัก ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อค่าเงินบาทและกระแสเงินทุนต่างชาติ รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและจีนซึ่งมีความสำคัญต่อภาคส่งออกของไทย ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทั้งในอเมริกา-เวเนซูเอลา จีน-ไต้หวัน และกัมพูชา-ไทย ขณะที่ปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การแก้ไขปัญหาเงินบาทแข็งค่าซึ่งกระทบต่อการส่งออก ความต่อเนื่องและประสิทธิผลของนโยบายเศรษฐกิจภาครัฐ ความคืบหน้าของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ การบริโภคภาคเอกชนหลังช่วงเทศกาล และการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ