สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ประจำสัปดาห์ (5 - 9 มกราคม 2568) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ มีมูลค่ารวม 634,473 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 126,895 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 402% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 51% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 325,332 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออก โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออก โดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 243,816 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่า การซื้อขายเท่ากับ 31,210 ล้านบาท หรือคิดเป็น 38% และ 5% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB456A (อายุ 19.5 ปี) LB29NA (อายุ 3.9 ปี) และ LB303A (อายุ 4.2 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 24,937 ล้านบาท 23,343 ล้านบาท และ 22,276 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รุ่น KTC297A (AA) มูลค่าการซื้อขาย 1,721 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) รุ่น CPN298A (AA) มูลค่าการซื้อขาย 1,478 ล้านบาท และหุ้นกู้ของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รุ่น TBEV266A (AA(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 1,085 ล้านบาท
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 4-16 bps. เนื่องจากนักลงทุนปรับพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่องโดยคาดการณ์ว่า กนง. อาจไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเร็วๆ นี้ ด้านปัจจัยต่างประเทศ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตประจำเดือน ธ.ค. 68 อยู่ที่ระดับ 50.1 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 49.2 ขณะที่สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ประจำเดือน ธ.ค. ปรับตัวลงสู่ระดับ 47.9 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 48.4 ด้านปัจจัยในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย ประจำเดือน ธ.ค. 68 ลดลง 0.28% (YoY ) จากที่ตลาดคาด -0.22 ถึ ง -0.35% ส่งผลให้เงินเฟ้อปี 68 ลดลง 0.14% มาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้า ขณะที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดว่า เศรษฐกิจไทยปี 69 มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่า 2% จากทั้งความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิม หนี้ครัวเรือนสูง ข้อจำกัดทางงบประมาณทางการคลัง และความท้าทายของภาครัฐที่มีกฎระเบียบจำนวนมาก
สัปดาห์ที่ผ่านมา (5 - 9 มกราคม 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 6,658 ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิ ในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 1,605 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT) (อายุมากกว่า 1 ปี) 9,023 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 760 ล้านบาท
หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่ ม.ค. 2565
ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย สัปดาห์นี้ สัปดาห์ก่อนหน้า เปลี่ยนแปลง สะสมตั้งแต่ต้นปี (5 - 9 ม.ค. 69) (29 - 30 ธ.ค. 68) (%) (1 - 9 ม.ค. 69) มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ - Outright Trading (ล้านบาท) 634,472.73 126,350.16 402.15% 634,472.73 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท) 126,894.55 63,175.08 100.86% 126,894.55 ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index) 111.18 112.54 -1.21% ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index) 109.11 109.4 -0.27% เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) --% ช่วงอายุของตราสารหนี้ 1 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี 30 ปี สัปดาห์นี้ (9 ม.ค. 69) 1.08 1.08 1.1 1.21 1.35 1.79 2.18 2.6 สัปดาห์ก่อนหน้า (30 ธ.ค. 68) 1.09 1.1 1.11 1.17 1.28 1.66 2.02 2.45 เปลี่ยนแปลง (basis point) -1 -2 -1 4 7 13 16 15