นายธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.โกลเบล็ก (GBS) กล่าวว่า สภาพตลาดหุ้นไทยทุกวันนี้ขาดสภาพคล่องอย่างมาก เนื่องจากผลตอบแทน (Return) ไม่น่าสนใจ ทำให้นักลงทุนไม่อยากเข้ามาลงทุน ทั้ง ๆ ที่บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งก็มีอัตราเติบโตที่ดี แต่ภาพรวมของตลาดก็ยังติดภาพปัญหา บจ.บางแห่งมีการทุจริต ปั่นหุ้น ทุนเทา รวมถึงมีภาพของการลงทุนที่ไม่เป็นธรรม อาทิ การทำชอร์ตเซล (Short sell) การยืมและให้ยืมหุ้น (SBL) การใช้โปรแกรมเทรดหุ้น ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 40% ของวอลุ่มเทรดแต่ละวัน
"เรียกได้ว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนหายไปมาก โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อย ทำให้การซื้อขายในตลาดหุ้นไทยลดลง วอลุ่มการซื้อขายน้อยลง เหลือเพียง 2-3 หมื่นล้านบาท/วัน"นายธนพิศาล กล่าวว่า สภาพตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ ทำให้ธุรกิจโบรกเกอร์ได้รับผลกระทบอย่างมาก และมองว่าในปี 69 ก็มีโอกาสที่โบรกเกอร์จะมีการควบรวมกิจการกันเพื่อความอยู่รอด
สำหรับ บล.โกลเบล็ก นายธนพิศาล กล่าวว่า บริษัทได้ปรับตัวอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้วด้วยการกระจายรายได้ไปยังส่วนงานอื่น ๆ จากเดิมที่พึ่งพาค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพยฺ์ หรือ ค่านายหน้า (Brokerage Fee) เป็นหลักถึง 90% แต่ปัจจุบันลดลงเหลือไม่ถึง 20% แล้ว
บริษัทได้ขยายไปธุรกิจ Wealth ที่มีการขายและบริหารกองทุนรวมเป็นหลัก โดยมีขนาดพอร์ตภายใต้การบริหารรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาทในปี 68 สร้างสัดส่วนรายได้ราว 30-40% ซึ่งเติบโตจากปี 67 ที่มีมูลค่าพอร์ตราว 3-4 พันล้านบาท และปีนี้คาดว่าพอร์ตจะเติบโตราว 20% หรือน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ โกลเบล็ก ยังมีรายได้ค่าธรรมเนียมจากการ Underwrite หุ้นกู้ และเสนอขายในตลาดแรก, การทำตลาดรองหุ้นกู้ ที่สามารถสร้างรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ รวมทั้ง หุ้นกู้อนุพันธ์แฝง (Structured Note) ที่ระยะหลังไม่ค่อยได้เสนอขายเพราะตลาดหุ้นไทยยังซึมตัว
อีกด้านหนึ่ง บริษัทก็พยายามลดค่าใช้จ่ายลง โดยในส่วนพนักงานที่ดูแลงานหลังบ้านก็จำเป็นต้องมีอยู่ แต่งานส่วนหน้า หากรายได้ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้ก็จำเป็นต้องลดจำนวนลง โดยในปีนี้ บล.โกลเบล็ก ปิดสาขาห้องค้าทั้ง 5 แห่งไปแล้ว เหลือแต่สำนักงานใหญ่เท่านั้น เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมนักลงทุนที่นิยมเทรดหุ้นออนไลน์
"ถ้าเราไม่ปรับตัวเราก็คงขาดทุน ซึ่งในอุตสาหกรรมมีครึ่งหนึ่งที่ประสบผลขาดทุน ซึ่งเราทำให้อย่างน้อยเราต้องไม่ขาดทุนได้" นายธนพิศาล กล่าวกับ"อินโฟเควสท์"
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก ประเมินตลาดหุ้นไทยปี 69 ให้กรอบดัชนี SET ที่ 1,200-1,400 จุด ปัจจัยบวกสำคัญคือธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับดอกเบี้ยลงต่อเนื่อง ประกอบกับ การเลือกตั้งที่จะมีรัฐบาลใหม่ เชื่อว่าไม่ว่าพรรคไหนมาก็จะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ รวมถึงการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุน และทำให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก
ขณะที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในปีนี้ก็คงยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง อาทิ รัสเซีย-ยูเครน สหรัฐ-เวเนซุเอล่า สหรัฐ-อิหร่าน จีน-ไต้หวัน อีกทั้งเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่า ทำให้การส่งออกลำบากขึ้น
แนะนำหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง กลุ่มสื่อ , ค้าปลีก PLANB, TKS, VGI, CPALL และหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า อาทิ กลุ่มโรงไฟฟ้า GULF, BGRIM กลุ่มเทคโนโลยี ADVICE, COM7