ท่ามกลางกระแสเลือกตั้งที่กำลังร้อนแรงในไทย ตลาดคริปโทฯ เองก็เริ่มฟื้น เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ราคาเหรียญหลักปรับตัวขึ้นแรง สร้างกำลังใจให้นักเทรดคริปโทฯ ได้มีรอยยิ้ม แถมทิศทางดีขึ้นเมื่อ ตลท.ของไทยมีข่าวว่าอาจจะมี Crypto ETF เกิดขึ้นในปีนี้ รายละเอียดเป็นอย่างไร คงได้แต่รอติดตาม!!
ในที่สุดก็เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวเมื่อ Bitmine บริษัทที่ซื้อ Ethereum สะสมอย่างต่อเนื่อง ได้นำ ETH ที่มีอยู่ไป stake เพื่อรับผลตอบแทนกว่า 266 ล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ การสะสมสินทรัพย์ระยะยาว พร้อมทั้งสร้างกระแสเงินสดได้จาก Ethereum chain ได้
ความเคลื่อนไหวนี้ ถูกพบเห็นโดย Ted Pillows นักลงทุนชื่อดังใน X ได้ออกมาโพส ชี้ถึง Bitmine ที่มีการ stake Ethereum เรื่อย ๆ และใน 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ stake ETH ไปแล้วกว่า 3,300 ล้านดอลลาร์ ด้วย yield ตอนนี้ที่ 2.81% ทำให้ bitmine รับ ผลตอบแทนปีละ 92.73 ล้านดอลลาร์
เหตุการณ์นี้ได้เปลี่ยนมุมมองของ ETH ในอีกมิติหนึ่ง จากสินทรัพย์ที่เก็งกำไรเพียงอย่างเดียวก็สามารถกลายเป็นสินทรัพย์ที่ให้ทั้งผลตอบแทนและมั่นคงในระยะยาวได้ด้วย
มีโพสต์ที่น่าสนใจเมื่อ "นเรศ เหล่าพรรณราย" นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ได้โพสต์ในบัญชี facebook ว่า ตลาดหลักทรัพย์ไทยเตรียมเปิดซื้อขาย Crypto etf เพื่อดึงนักลงทุนรุ่นใหม่ภายในปี 2569 นี้!!
หาก product นี้เกิดได้จริง นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่ง move ที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะอย่างที่รู้กันว่าคนรุ่นใหม่มีความอินในคริปโทฯ แค่ไหน และหาก ETF ออกมาได้จริงก็คาดว่าจะเป็น product เรือธงที่ดึงเม็ดเงินมาเข้าคริปโทฯ ได้อีกเยอะเลย
นายนเรศ ได้เปิดเผยกับ"อินโฟเควสท์"ว่า Crypto ETF จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนในการผลักดันอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล และประเภทธุรกิจอย่าง custodian ที่น่าจะมีบทบาทชัดเจนขึ้น แต่จะออกมาในรูปแบบไหน จะเป็นบริษัทหลักทรัพย์ในไทยเป็นตัวแทนดำเนินการซื้อขาย ดูแลหน่วยลงทุน หรือจะเป็นบริษัทในไทยเราออก Crypto ETF เอง ใครจะเป็น issuer อันนี้ต้องรอติดตามกันอีกครั้งหนึ่ง
ปัจจุบันสำนักงาน ก.ล.ต. มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Digital Asset Custodial Wallet Provider จำนวน 2 ราย ได้แก่ บริษัท รักขา ดิจิทัล จำกัด และ บริษัท ออร์บิกซ์ คัสโทเดียน จำกัด ซึ่งถ้า crypto ETF ออกได้จริง ก็จะเป็นผลบวกกับธุรกิจ custodian อย่างแน่นอน
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา ทาง ก.ล.ต.ได้มีการกล่าวโทษบุคคลทั้งหมด 5 รายฐานทำการรับซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบ แสดงต่อบุคคลทั่วไปว่าพร้อมให้บริการเป็นทางค้าปกติโดยกระทำนอกศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
ในรายละเอียด ทั้ง 5 คน นี้ได้ทำการรับซื้อขายแลกเปลี่ยนเหรียญ Worldcoin โดยกระทำนอกศูนย์ซื้อขาย หรือ exchange ซึ่งงานนี้ถือว่ามีความผิด ทาง ก.ล.ต. จึงได้มีการชี้มูลความผิด และดำเนินการต่อไปตามกฎหมาย
จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ มองได้หลายมิติ อย่างในประเทศธุรกรรมลักษณะนี้อาจมองได้ว่าเป็น P2P หรือ person-to-person ก็เป็นได้ แต่ธุรกรรม P2P ปกติแล้วก็มักอยู่ในแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจจะเป็น exchange หรือไม่เป็น exchange ก็ได้ ต้องขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละประเภทด้วย
https://youtu.be/a6VxI70X-dI