นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นโลกยังคงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี จากประมาณการกำไรของหุ้นยังเติบโต ซึ่งเกิดจากแรงขับเคลื่อนหลักจากเม็ดเงินลงทุนของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ที่มีการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมองว่า เศรษฐกิจของประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย มีการเติบโตที่โดดเด่นเช่นกัน และคาดว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของหุ้นในเอเชียแปซิฟิคในปีนี้ ในแง่มุมมองของระดับราคา หุ้นเทคโนโลยีในปัจจุบันมีค่า P/E ต่ำ หากเทียบกับค่า P/E ในช่วงวิกฤตฟองสบู่หุ้นเทคในปี 2000 ที่ผ่านมา
ปัจจัยปีนี้ที่ต้องติดตาม คือ ตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่มีโอกาสเติบโตได้ดีจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และแรงส่งจากมาตรการทางการคลังจากประเทศเศรษฐกิจหลัก อาทิ สหรัฐฯ, ยุโรป, จีน ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวสูง แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ปัจจัยเหล่านี้ มองว่าสามารถหนุนให้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นได้โดยเฉพาะในช่วงต้นปีนี้
กองทุนที่แนะนำช่วงนี้ คือ
1) ONE-ELITE11 ซึ่งลงทุนในหุ้นที่เป็น "ปัจจัยทั้ง5" ที่ดีที่สุดของโลก จากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วขนาดใหญ่ที่มี Momentum โดดเด่นจาก 11 อุตสาหกรรมทั่วโลก คัดโดย Bloomberg บนดัชนี Bloomberg Global Industry Elite 55 ปัจจุบันมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีประมาณ 50%
2) ONE-APACESG ลงทุนหุ้นเอเชียแปซิฟิกรวมญี่ปุ่น ที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน มีสัดส่วนหุ้นเทคฯ เอเชียราว 46%
3) ONE-EUROEQ ลงทุนหุ้นยุโรปมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อจากบรรยากาศการลงทุนที่ดีหลังทำตลาดทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง รับแนวโน้มผลประกอบการปีนี้ที่โตแข็งแรง
นายพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปี 69 มีโอกาสแตะ 1,400 จุด หากการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังการเลือกตั้ง ถ้าได้รัฐบาลเสียงข้างมากต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และระยะยาวอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินจังหวะในการลงทุน ทั้งนี้มองว่าการจับขั้วทางการเมืองหลังการเลือกตั้งทั่วไป ก.พ. นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเศรษฐและตลาดทุนไทยที่ต้องจับตา
"ตลาดหุ้นไทย มี Downside จำกัด และจะได้แรงหนุนพื้นฐานจาก Valuation ต่ำกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค (PE ratio 13 เท่า vs. ค่าเฉลี่ย 14 เท่าของตลาดเอเชียในภาพรวม) และมีอัตราการจ่ายเงินปันผลโดดเด่นที่ราว 4% ทำให้ บลจ.วรรณ มองว่ากองทุน ONE-SETHD ที่เน้นคัดเลือกหุ้นไทยคุณภาพดีเชิงรุกที่มีการจ่ายปันผลสูงและสม่ำเสมอจากหุ้นบนดัชนี SETHD เป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันอัตราจ่ายเงินปันผลสูงสุดที่ 6.61% มากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นไทยในภาพรวม แม้ว่า เศรษฐกิจไทยไทยมีแนวโน้มเติบโตต่ำ แต่จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง ซึ่งมองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในแง่มุมของต้นทุนที่ลดลงทำให้กองทุน ONE-SETHD เหมาะสมในการลงทุนช่วงนี้ทั้งในแง่ผลตอบแทนและความเสี่ยง" นายพจน์ กล่าวนอกจากนี้ นายพจน์ กล่าวเสริมถึงการลงทุนทางเลือกว่า เพราะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มีโอกาสขยายวงกว้างหรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงให้มีความผันผวนเป็นระยะๆ โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นช่วงปลายปี ซึ่งมองว่า การลงทุนในทรัพย์สินทางเลือกจะเป็นการจัดสรรการลงทุนที่ดี เช่น ทองคำ หรือกลุ่มหุ้นแร่หายาก Rare Earth ที่ได้รับประโยชน์จากราคาที่ปรับตัวขึ้น ดังนั้น สำหรับสินทรัพย์ทางเลือก แนะนำจัดสรรเงินบางส่วนในทองคำและแร่หายาก อย่างกองทุน ONE-RAREEARTH เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนช่วงเหตุการณ์โลกเปลี่ยนแปลง
และแนะนำสับเปลี่ยนสินทรัพย์เสี่ยงมายังสินทรัพย์ทางเลือกอื่นที่มีความผันผวนต่ำและไม่เกี่ยวข้องกับตลาดอื่นๆ ในช่วงตลาดผันผวนกลางปีไปจนถึงก่อนการเลือกตั้งสหรัฐ (mid-term election) อาทิ กองทุน Life Settlement ซึ่งเป็นกองทุนภายใต้การบริหารของบลจ.วรรณ หรือ ล่าสุด บลจ.วรรณ จะนำเสนอการลงทุนทา งเลือกใหม่เพิ่มเติม เรียกว่า Litigation Finance คือ การลงทุนทางเลือกที่จัดหาเงินทุนให้แก่กระบวนการยุติธรรมและสร้างผลตอบแทนจากผลลัพธ์ของคดี โดยมองว่า ความโดดเด่นของผลตอบแทนจากการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือกที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกเหล่านี้สามารถพาพอร์ตการลงทุนผ่านความไม่แน่นอนในปี 2569 หรืออนาคตอันใกล้นี้ไปได้
นายพจน์ กล่าวว่า ในปี 69 บลจ.วรรณ คาดมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) จะปีทรงตัวจากปีก่อนที่มีประมาณ 1.5-1.7 แสนล้านบาท ซึ่งกองทุนส่วนบุคคลขนาดราว 2 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี ในปีนี้คาดจะออกกองทุนรวมใหม่ 10 กองทุน ได้แก่ กองทุน Life Settlement ที่จะทดแทนกองเดิมที่จะหมดอายุ, กองทุนแนวใหม่ เป็น Litigation Finance, กองทุนทริกเกอร์หุ้นไทยหากดัชนี SET ลงไประดับ 1,100 จุด เป็นต้น
นอกจากนี้ จะขยายช่องทางการจำหน่าย ไปยังแพลคฟอร์มอื่น (e-chanel) ทั้งของโบรกเกอร์อื่นๆ อาทิ อินโนเวสท์เอกซ์ , DIME, ผ่านช่องทางลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์อื่น ทั้งนี้เพื่อขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าอายุน้อย Gen Y Gen Z คาดว่าจะเริ่มบริการได้ในไตรมาส 1-2 ปีนี้
ด้านนายรณวร ศุกระกาญจน์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุน บลจ. วรรณ กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนนปี 69 หุ้นที่เกี่ยวกับ AI เทคโนโลยีในตลาดหุ้นสหรัฐ ยังน่าสนใจ รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีในเอเชีย อาทิ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน และตลาดหุ้นยุโรป ที่ยังมีผลการดำเนิงานดีต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน มองว่าตลาดหุ้นอินเดียยังมีแนวโน้มดีจากเศรษฐกิจเติบโตสูงต่อเนื่องในปี 69 คาด GDP เติบโต 5-6% ส่วนหุ้นเวียดนามก็น่าสนใจที่เป็นตลาดหุ้นเติบโตสูง โดยฟุตซี่ รัสเซล (FTSE Russell) จะประกาศยกระดับสถานะตลาดหุ้นเวียดนามจากที่เป็น Frontier Market สู่ Emerging Market ในไตรมาส 3/69 และคาดว่าในปี 70 MSCIจะให้ตลาดหุ้นเวียดนามเข้ากลุ่มตลาด Emerging Market
แนะนำจัดพอร์ตลงทุนในปี 69 ให้ลงทุนหุ้น 40-45% ตราสารหนี้ 30% สินทรัพย์ทางเลือก 25% โดยในส่วนหุ้น แนะจัดสรรลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐ (เทคสหรัฐ ไฟแนนซ์ consumer) 15-20% ยุโรป 10% เอเชีย 10% ไทย 5%(เน้นหุ้นปันผล) ส่วนตราสารหนี้ เน้นลงทุนพันธบัตรระยะสั้น ไม่เกิน 2 ปี ส่วนสินทรัพย์ทางเลือก อาทิ ทองคำ, Rare Earth, REIT , กองทุน Life Settlement เป็นต้น