นายกวิน กลองกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บมจ.ลอนดรี้ ยู [WASH] ตั้งเป้าปี 69 ผลักดันรายได้รวมเติบโต 25% และยอดขายในสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 10% เน้นความยั่งยืนด้วยการมอบบริการและประสบการณ์ในการใช้งานร้านสะดวกซักที่ดีที่สุด
กลยุทธ์ธุรกิจของบริษัทฯ มุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ขยายธุรกิจด้วยการเปิดร้าน WashXpress 100 สาขาใหม่ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศไทยในปีนี้ จากปัจจุบัน 591 สาขาใน 21 จังหวัดหลัก โดย 50-60% ของสาขาใหม่จะเปิดใน 21 จังหวัดเดิมเพื่อขยายพื้นที่ให้บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นและเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่าย บริการ และเดินหน้ารุกสู่ภูมิภาคสำคัญ อย่างภาคเหนือ และภาคใต้ เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐาน Olympics Standard จะเข้าถึงผู้บริโภคในทุกจุดยุทธศาสตร์

บริษัทตอกย้ำ 7 เสาหลัก "Olympics Standard" ซึ่งเป็นมาตรฐานคุณภาพของร้าน WashXpress ในทุกสาขา ยกระดับสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมร้านสะดวกซัก เพื่อการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้บริการสะดวกซัก ประกอบด้วย
- Hygiene Standard: ความสะอาดของถังซักระบบอัตโนมัติ และการดูแลร้านโดยพนักงานตลอดวัน
- Service Standard: บริการระดับมืออาชีพ ทั้งซัก-อบ-พับ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกที่
- Environmental Standard: ติดแอร์ในร้านให้เย็นสบายในช่วงกลางวัน ใน 100 สาขาใหม่
- Support Standard: มั่นใจด้วยทีม Call Center ตัวจริงที่แสตนด์บายดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
- Digital Standard: แอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ใช้ง่ายปลอดภัย พัฒนาจากข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้า
- Safety Standard: ร้านสว่าง โปร่ง ปลอดภัย พร้อมระบบ CCTVรอบทิศทาง 24 ชั่วโมง
- Quality Consistency: การบริหารร้านเองด้วยทีมงานของบริษัทเพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการ ที่สมบูรณ์ที่สุดในทุกสาขาแก่ลูกค้า
พร้อมชูโมเดลการเป็นแบรนด์ร้านสะดวกซักที่บริษัทบริหารเอง (Own Store) ที่ไม่ขายแฟรนไชส์ ซึ่งทำให้มีจุดเด่นในการควบคุมมาตรฐานของร้านทุกสาขาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ "ร้านพี่วัว WashXpress" ให้เด่นชัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ขยายฐานกลุ่มลูกค้า เป็นการช่วยการสร้างยอดขาย และต่อยอดไปสู่การทำ แคมเปญสื่อสารทางการตลาดที่มีความน่าสนใจ เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ในปีนี้จะมีแคมเปญต่างๆ ตลอดทั้งปี
นายกวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดร้านสะดวกซักคือ Red Ocean ของธุรกิจแฟรนไชส์ที่เน้นขยายตัวแต่ขาดมาตรฐาน ซึ่งปัญหาที่ลูกค้าและผู้ประกอบการพบ ได้แก่ ร้านไม่สะอาด เครื่องเสียบ่อยซ่อมนาน บริการลูกค้าที่ติดต่อไม่ได้ บริษัทเปลี่ยนปัญหาให้เป็น Blue Ocean ด้วยโมเดล สาขาของบริษัท เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสามารถควบคุมมาตรฐานและความสะอาดได้ในทุกสาขา ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสาขาแฟรนไชส์ 79 สาขา และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ขยายเพิ่ม ซึ่งจะคงสาขาแฟรนไชส์ไว้เท่าเดิมไม่ขยายเพิ่ม มุ่งเน้นการขยายสาขา Own Store
นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ WASH เปิดเผยว่า จากความสำเร็จในปี 2568 ซึ่งเป็นปีแห่งการวางรากฐานธุรกิจให้แข็งแรง ปีนี้เป็นปีแห่งการ ส่งมอบประสบการณ์ที่ประทับใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น (Customer Experience) โดยบริษัทได้ยกระดับมาตรฐานบริการในทุกมิติเปรียบเสมือนเป็น Olympics Standard หรือมาตรฐานระดับโอลิมปิกสำหรับร้านสะดวกซักที่ตอบสนองทุกความคาดหวังของลูกค้า
เราจะยกมาตรฐานร้านสะดวกซักด้วยประสบการณ์ที่ดีทั้งในรูปแบบบริการตนเองและบริการซัก-อบ-พับ ครบวงจรในร้าน WashXpress ที่ติดแอร์ เย็น ทันสมัย สะอาด ปลอดภัยด้วยระบบกล้องวงจรปิด 24 ชั่วโมง สะดวกสบายด้วยแอปพลิเคชันที่ใช้ง่าย มีเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง และคุณภาพการซักผ้า-อบผ้า ที่สะอาดกว่าด้วย เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ระดับอุตสาหกรรมของอเมริกา และยังมีระบบสะสมแต้ม ผ่าน Application: WashXpress ที่พัฒนาเองซึ่งพร้อมมอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกกว่า 1,800,000 ผู้ใช้งานทั่วประเทศ และจากความเป็นผู้นำด้านมาตรฐานต่างๆ อย่างครบครัน ทำให้การแข่งขันของร้านสะดวกซักจะต้องยกระดับขึ้นตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้คาดการณ์แนวโน้มของตลาดธุรกิจร้านสะดวกซักในประเทศไทย จะเติบโตต่อเนื่อง ประมาณ 10% ต่อปี หลังจากการยกระดับมาตรฐานนี้คาดว่าจะมีร้านขนาดเล็กปิดตัวถ้าไม่สามารถปรับตัวตามมาตรฐานใหม่ หรือไม่คุ้มทุนที่จะทำ ในอนาคตธุรกิจร้านสะดวกซักยังคงเติบโตอยู่มาก แต่ผ่านการเติบโตของแบรนด์ใหญ่ที่มีมาตรฐานการให้บริการที่ดีเท่านั้น ซึ่งใน ปี 69 นี้ WashXpress จะดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกรอบด้านมากขึ้นภายใต้ Olympics Standard ที่เราคาดว่าจะเป็นมาตรฐานใหม่ของร้านสะดวกซัก
ผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปี 68 WASH มีรายได้รวม 745.82 ล้านบาท เติบโต 24.79% และมีกำไรสุทธิ 87.29 ล้านบาท เติบโต 50.60% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรสุทธิ 11.70% และประกาศปันผลระหว่างกาล (งวด ม.ค.-มิ.ย. 68) จ่าย 0.0722 บาท/หุ้น ตามนโยบายของบริษัทในการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
"เราเชื่อว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ท้าทายของธุรกิจร้านสะดวกซัก ที่ผู้บริโภคจะเลือกใช้บริการร้านที่รักษา มาตรฐานได้สม่ำเสมอที่สุด การที่เราเลือกลงทุนในระบบและบริหารจัดการด้วยตัวเอง 100% เพราะไม่ได้ ต้องการแข่งขันด้านราคา แต่แข่งกันด้านการมอบประสบการณ์ที่ดีสุดให้กับลูกค้า และสมาชิกร่วม 2 ล้านคน รวมถึงสามารถมอบความไว้วางใจ ซึ่งต้องการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งนับว่าเป็นพันธกิจสำคัญของ WashXpress ในปีนี้" นายกวิน กล่าว