เมื่อเวลา 14.52 น.ราคาหุ้น BH บวก 5.16% มาที่ 163.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,365.72 ล้านบาท
BDMS บวก 1.99% มาที่ 20.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,550.19 ล้านบาท
BCH บวก 1.94% มาที่ 10.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 99.10 ล้านบาท
THG บวก 1.64% มาที่ 9.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท มูลค่าซื้อขาย 18.51 ล้านบาท
ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่น (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คณะกรรมการการแพทย์ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ประกาศเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.68 ว่า อัตราค่าบริการทางการแพทย์กรณีการรักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงหรือมีค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ที่ปรับตามวันนอนมากกว่า 2 จะยังคงอยู่ที่ 12,000 บาท/Adj. RW ในปี 69 เท่ากับปี 68
โดยมติดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยประกันสังคมสูง โดยเฉพาะ BCH และ CHG เพราะบางส่วนคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นค่าบริการทางการแพทย์ที่จ่ายให้กับโรงพยาบาลเอกชน
ทั้งนี้ งวด 9 เดือนของปี 68 รายได้จากผู้ป่วยในโครงการประกันสังคมคิดเป็นประมาณ 35% และ 28% ของรายได้รวมของ BCH และ CHG ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเบิกจ่ายค่าบริการทางการแพทย์
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ไม่ได้คาดหวังว่า สปส.จะปรับขึ้นอัตราค่าบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยในด้วยโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงในปี 69 แม้ว่าอัตรานี้จะไม่เปลี่ยนแปลงมาตลอดห้าปี หรือนับตั้งแต่เดือน ม.ค.63 ดังนั้น ประกาศของสปส.นี้จึงไม่กระทบประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ฯ
ขณะที่ สปส.มีมติดังกล่าว แม้ว่ารัฐบาลจะอนุมัติให้ปรับเพิ่มเพดานค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม 5% จาก 15,000 บาทเป็น 17,500 บาทมีผลตั้งแต่เดือน ม.ค.69
ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ CGSI มองว่า กลุ่มการแพทย์เผชิญแรงกดดันอย่างหนักตั้งแต่ไตรมาส 4/67 จากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (medical tourism), จำนวนผู้ป่วยในประเทศที่ลดลง และล่าสุดคือผลกระทบจากประกันสุขภาพแบบมีส่วนร่วมจ่าย (co-payment) ส่งผลให้กลุ่มการแพทย์ปรับตัวลงประมาณ 25% จากช่วงปลายปี 67 รวมทั้งมีการประเมินมูลค่าลดลงมาก
แต่เชื่อว่าเมื่อความกังวลเกี่ยวกับ co-payment ลดลง และผู้ป่วยชาวต่างชาติมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะทำให้ sentiment ของกลุ่มนี้ดีขึ้น จึงยังแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในกลุ่มการแพทย์ โดยมองว่า downside risk จะมาจากการเข้ามาแทรกแซงค่ารักษาของภาครัฐและการทำประกันสุขภาพมีเงื่อนไขที่เข้มงวดมากขึ้น
ขณะที่เลือก BDMS และ PR9 เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่มนี้ โดย BDMS ซื้อขายอยู่ที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 16 เท่าหรือประมาณ -2SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี ส่วน PR9 ซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนประมาณ 15 เท่าหรือ -1.5SD จากค่าเฉลี่ยในอดีต
นอกจากนี้ มีรายงานข่าวในหนังสือพิมพ์เช้านี้ ระบุว่า บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ [BH] เดินหน้ากลยุทธ์ปี 2569 ผสานความเชี่ยวชาญรักษาโรคซับซ้อนกับ VitalLife ขยายบริการสู่การยืดอายุอย่างยั่งยืน ทั้งป้องกัน พยากรณ์ ถึงการรักษาเฉพาะบุคคล ผ่านดิจิทัลและ AI พร้อมสร้างพันธมิตรเชื่อมฐานลูกค้าพรีเมียม ชี้ประกัน Co-pay จำกัด ทุ่มงบ 1.68 หมื่นล้านบาท ขยายกรุงเทพฯ และภูเก็ต ใน 5 ปี