ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 3 หมื่นล้านบาทและมีอายุไม่เกิน 4 ปีของ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย [SCC] ที่ระดับ "A" โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้เป็นเงินให้กู้ยืมหรือชำระหนี้ภายในกลุ่มบริษัท
พร้อมกันนี้ ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ "A" และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ "A" พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่" ด้วย
อันดับเครดิตสะท้อนถึงประวัติในการดำเนินธุรกิจที่ยาวนานของบริษัท ตลอดจนตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่ง รวมถึงธุรกิจและฐานลูกค้าที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งดังกล่าวก็ถูกลดทอนจากธุรกิจเคมิคอลส์ที่อยู่ในวงจรขาลงเป็นเวลานาน และระดับหนี้สินของบริษัทที่เพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากการลงทุนขนาดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ผลการดำเนินงานของบริษัทยังคงสอดคล้องกับประมาณการของทริสเรทติ้ง โดยบริษัทมี EBITDA เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ระดับ 4.57 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (Cement-Building Materials-CBM) เป็นหลัก ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทก็ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.8 เท่า ณ เดือนกันยายน 2568 (ปรับเป็นอัตราส่วนเต็มปีด้วยตัวเลข 12 เดือนย้อนหลัง) โดยลดลงจากระดับ 6 เท่า ณ สิ้นปี 2567 อันเนื่องมาจากแผนรัดเข็มขัดของบริษัท ทริสเรทติ้งมองว่าบริษัทมีสภาพคล่องที่เพียงพอและมีการบริหารจัดการที่ดีโดยพิจารณาจากประวัติความสัมพันธ์อันยาวนานกับสถาบันการเงินและการเข้าถึงตลาดทุนของบริษัท
ณ เดือนกันยายน 2568 หนี้สินรวมของบริษัทซึ่งไม่นับรวมหนี้สินตามสัญญาเช่ามีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 3.16 แสนล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนทั้งสิ้น 1.77 แสนล้านบาทซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้ของบริษัทย่อย ดังนั้น อัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวมของบริษัทจึงอยู่ที่ระดับ 56% ทั้งนี้ แม้อัตราส่วนดังกล่าวจะเกินเกณฑ์ 50% ของทริสเรทติ้ง แต่ทริสเรทติ้งก็ยังคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันให้อยู่ในระดับเดียวกับอันดับเครดิตองค์กร จากความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าอัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวมของบริษัทจะลดลงต่ำกว่า 50% ภายในปีนี้โดยมีปัจจัยหนุนมาจากแผนการของบริษัทที่จะรีไฟแนนซ์หนี้ของบริษัทย่อยด้วยการออกหุ้นกู้ใหม่โดยบริษัท
แนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่" สะท้อนความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงรักษาสถานะความเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคเอาไว้ได้และจะมีผลการดำเนินงานเป็นไปตามประมาณการของทริสเรทติ้ง โดยการดำเนินธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมของบริษัทน่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาวะขาลงของธุรกิจเคมิคอลส์ลงไปได้ นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าบริษัทจะมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินลงทุนและดำเนินการตามแผนที่จะลดระดับหนี้สินได้อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วยเช่นกัน