Finnomena ลุ้นหุ้นไทยปีนี้แตะ 1,500 จุด หุ้นวัฎจักรฟื้น-Fund Flow ไหลเข้า Emerging Market

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday January 27, 2026 15:54 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

Finnomena ลุ้นหุ้นไทยปีนี้แตะ 1,500 จุด หุ้นวัฎจักรฟื้น-Fund Flow ไหลเข้า Emerging Market

นายเจษฎา สุขทิศ Co-Founder & CEO Finnomena Group มองตลาดหุ้นไทยปีนี้ฟื้นตัวขึ้นได้ ประเมินดัชนี SET มีโอกาสขึ้นแตะระดับ 1,500 จุด จากเศรษฐกิจไทยกระเตื้องขึ้นในปีนี้ ได้แก่ การบริโภค (Consumption) ได้รับแรงหนุนจากการเลือกตั้ง และนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยมากขึ้น, การลงทุน (Investment) จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสิรมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่าในปี 68 มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนมีวงเงินลงทุนสูงถึง 1.88 ล้านล้านบาทซึ่งถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์ และ รมว.คลังกระตุ้นให้เร่งลงทุนถ้าไม่ลงทุนภายในกลางปีนี้ให้ตัดสิทธิบีโอไอ

Finnomena ลุ้นหุ้นไทยปีนี้แตะ 1,500 จุด หุ้นวัฎจักรฟื้น-Fund Flow ไหลเข้า Emerging Market

ขณะที่การลงทุนภาครัฐ (Government Spending) คาดปีนี้จะมีการลงทุนหลังการเลือกตั้ง และการส่งออกของไทยคาดว่าจะดีกว่าปีก่อน โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะเติบโตมากกว่า 2% และมีโอกาสใกล้ 3%

นอกจากนี้ ราคา commodity ปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ก๊าซธรรมชาติ,อลูมิเนียม, เหล็ก, ทองแดง, ลิเทียม เป็นต้น ช่วยหนุนกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้างกลับมาอีกครั้ง ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า แต่ค่าเงินกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) แข็งค่า หนุนให้เงินต่างชาติ (Fund Flow)ไหลเข้าตลาดหุ้นกลุ่ม Emerging Market (EM)

"Finnomena ไม่เคย call หุ้นไทยมา 10 ปีแล้ว รอบนี้มองว่า 1,500 จุดปีนี้น่าจะได้เห็น หุ้นวัฎจักรกลับมาเป็นขาขึ้น อาทิ พลังงาน ปิโตรฯ วัสดุก่อสร้าง ซึ่งในหุ้นวัฎจักรก็เป็นหุ้นปันผลด้วย" นายเจษฎา กล่าว
*ปี 69 กับ 7 ธีมลงทุน

ธีมแรก ยังคงเป็นการลงทุน AI แต่ปีนี้จะไม่เหมือนปีที่ผ่านมา จะเป็นการลงทุน AI ที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน แนะลงทุนแรม ซึ่ง AI จะใช้แรมจำนวนมาก ซึ่งราคาแรมขณะนี้พุ่งไม่หยุด รวมถึงระบบไฟฟ้า ใครที่มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าถูกกว่าเป็นผู้ชนะ เช่น โซลาร์ ดังนั้น AI ปีนี้ จะไม่ใช่หุ้นอเมริกา แต่จะอยู่ในเอเชีย อาทิ ไต้หวัน เกาหลีใต้ เป็นต้น

ธีมที่ 2 นโยบายการคลัง (Fiscal Spending) รัฐบาลจะมีการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างเช่น เยอรมนี ญี่ปุ่น หรือกลุ่มประเทศยุโรป ที่แต่เดิมรัดเข็มขัด ก็จะหันไปใช้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่ออำนาจการก่อหนี้

ธีมที่ 3 อาทิตย์อุทัยทอแสง (Japan's Renaissance) ประเทศญี่ปุ่นออกจากทศวรรษที่หาย บอนด์ยีลด์ของญี่ปุ่นพุ่ง 4% เงินเฟ้อโต 3% เงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นซึ่งฟื้นตัวต่อเนื่อง ทำนิวไฮ ค่าจ้างเงินเดือนคนญี่ปุ่นปรับขึ้น

ธีมที่ 4 สมรภูมิระเบียบโลกใหม่ (The New Arms Race) จะเห็นการอัดฉีดงบทหาร จะเห็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

ธีมที่ 5 ผลัดใบ FOMC ใต้เงาการเมือง ประธานาธิบดีสหรัฐต้องการเปลี่ยนผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อต้องการให้ปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งปีนี้นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดจะหมดวาระในเดือนพ.ค.นี้ โดยการปรับลดดอกเบี้ยจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้น

ธีมที่ 6 The Dollarization การลดค่าเงินดอลลาร์

ธีมที่ 7 The Emerging Market ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ส่งผลดีต่อกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (EM) แต่ไม่เลือกลงทุนจีน เราแนะให้ซื้อหุ้นจีนแยกออกไป

นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ Co-Founder Finnomena Group และ CEO Finnomena Funds เปิดเผยถึงแผนกลยุทธ์ การลงทุนประจำปี 2026 ภายใต้ธีม The K-Shaped World โลกที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว ท่ามกลางโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่กำลังถูกจัดระเบียบ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ โดยมีหลายปัจจัยที่ต้องจับตามอง อาทิ

"The AI CAPEX Divide" การลงทุนด้าน AI คือตัวเร่งให้เกิดภาพเศรษฐกิจแบบ K-Shape ชัดเจนขึ้นทั้งในสหรัฐฯ และจีน โดยบริษัทที่มีความพร้อมจะเติบโตฉีกห่างออกไป "Fiscal Revival" การฟื้นคืนชีพของนโยบายการคลังที่รัฐบาลประเทศสำคัญ อย่าง สหรัฐฯ เยอรมนี และญี่ปุ่น หันมากระตุ้นการคลังเพิ่มขึ้น "Fragmentation 2.0" โลกแบ่งขั้วระลอกใหม่ แม้ความผันผวน เรื่องกำแพงภาษีอาจลดลง แต่ยังคงแบ่งฝ่ายชัดเจน

ดังนั้น กลยุทธ์หลักในปีนี้ ไม่ใช่เพียงหาโอกาสเติบโต แต่ต้องให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ ควบคู่กับ การกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม แนะนำหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้ประโยชน์จาก AI Supply Chain ซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลกทั้งสหรัฐฯ จีน และเอเชีย พร้อมกับเพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นยุโรป หุ้นญี่ปุ่น และสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน เพราะกำลังเข้าสู่ยุคการกระตุ้น ทางการคลังอย่างเต็มตัว

พร้อมกันนี้ ควรป้องกันความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ผ่านการลงทุนในทองคำและหุ้นเหมืองทอง รวมถึงสะสมหุ้นเอเชียและตลาดเกิดใหม่ที่ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า

*AUM ทะยานถึงแสนลบ.ปีหน้า

ในปี 69 Finnomena คาดจะมี AUM จะเติบโตถึง 85,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันทะลุ 70,000 ล้านบาทแล้ว และในปี 70 คาดว่า AUM จะแตะที่ 100,000 ล้านบาท ขณะที่ ที่ปรึกษาแนะนำการลงทุน (FA) ในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 500 คนเป็น 3,700 คนจากปีก่อน 3,200 คน

นายเจษฎา กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของ Finnomena เกิดจากแนวคิดที่ต้องการจะเปิดประตูสู่โลกการลงทุนให้คนไทย ผ่านการนำเสนอเนื้อหาที่มีคุณภาพต่อเนื่องเป็นเวลากว่าทศวรรษ จนปัจจุบันมีการเข้าถึงข้อมูล ของ Finnomena รวมทุกแพลตฟอร์มกว่า 30 ล้านครั้งต่อเดือน ซึ่งสูงในระดับเดียวกับสื่อเศรษฐกิจชั้นนำของประเทศ

และในวันนี้ Finnomena เติบโตจนกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพการลงทุนของคนไทย ในฐานะกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา การลงทุน เวลธ์เทคชั้นนำของประเทศ ด้วยสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุน (AUM) ของกลุ่มบริษัทกว่า 66,000 ล้านบาท หากรวมกับการแนะนำตราสารหนี้ที่ร่วมกับ บล.แอสเซทพลัส และ DR ที่ร่วมกับบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ทำให้ AUM สิ้นปี 68 ที่ 68,000 ล้านบาท และทีมงานผู้แนะนำการลงทุนมืออาชีพมากกว่า 3,000 คนทั่วประเทศ (ธ.ค. 68) ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นในภารกิจที่จะเป็นผู้ช่วย ค้นหาโอกาสลงทุนที่ดีที่สุดให้กับทุกคนในทุก ๆ วัน

*เสนอบริการใหม่ Chat & Call

นายกสิณ สุธรรมมนัส Co-Founder & Chief Strategy Officer Finnomena Group กล่าวเสริมว่า "กองทุนที่ถูกแนะนำโดย Finnomena Funds ทั้งกลยุทธ์แบบ Trend Following, Contrarian และ Long-Term Call มีอัตรา Win Rate สูงถึง 75% นับตั้งแต่

ปี 66 ตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญของเราในการเป็นบริษัทที่ปรึกษาการลงทุน WealthTech ที่นักลงทุนให้ความมั่นใจ ต่อคำแนะนำลงทุนมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ซึ่งเฉพาะกองทุนที่เราแนะนำในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา มี NAV ของกองทุนปรับเพิ่มสูงขึ้นถึง 35,000 ล้านบาท"

ด้วยโอกาสครบรอบ 10 ปี Finnomena จึงได้นำเสนอบริการใหม่ Chat & Call บนแอปพลิเคชัน ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงการลงทุน ได้ดียิ่งขึ้น ดังนี้

แผนการลงทุน Investment Call: ช่วยเพิ่มความสะดวกในการลงทุนตามคำแนะนำของ Finnomena Funds ด้วยระบบแจ้งเตือน แบบ Real-Time ผ่านอีเมล, LINE และแอปพลิเคชัน เพียงเลือกกองทุนที่สนใจ ซื้อและลงทุนผ่านแผน Investment Call แล้วรอรับคำแนะนำ "ซื้อ" "ถือ" "ขาย" เพื่อไม่ให้พลาดทุกโอกาสลงทุนเมื่อมี Call แนะนำ เปิดใช้งานแล้วในเดือนมกราคม

Finnomena Chat: นักลงทุนจะสามารถพูดคุย รวมถึงแชทกับผู้แนะนำการลงทุนโดยตรงผ่านแอป Finnomena ไม่ต้องติดต่อ ผ่านโทรศัพท์ หรือแอปแชทอื่น ๆ อีกต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ต้องเสี่ยงกับการเจอมิจฉาชีพอีกต่อไป ได้ปรึกษากับผู้แนะนำการลงทุน มืออาชีพโดยตรงผ่านแอพฟินโนมีนาเท่านั้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม เปิดใช้งานปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ