CONSENSUS: BDMS ส่องปี 69 แววดีผู้ป่วยต่างชาติฟื้น ลุ้นคูเวตกลับมา ขยายธุรกิจ Wellness หนุนเติบโต

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday January 29, 2026 15:51 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

CONSENSUS: BDMS ส่องปี 69 แววดีผู้ป่วยต่างชาติฟื้น ลุ้นคูเวตกลับมา ขยายธุรกิจ Wellness หนุนเติบโต

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"หุ้นบมจงกรุงเทพดุสิตเวชการ [BDMS] มองไตรมาส 1/69 คาดว่าจะยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้ในปี 69 ถูกคาดการณ์ว่าจะเผชิญบททดสอบรอบด้าน ทั้งจากเกณฑ์ Co-payment ประกันสุขภาพรูปแบบใหม่ที่กระทบจิตวิทยาผู้ป่วยไทย และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ฉุดรายได้ต่างชาติ อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยบวก จากแรงหนุนของภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการกลับมาของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติและโอกาสจากตลาดคูเวต

พร้อมปัจจัยบวกจากการรุกธุรกิจ Wellness และศูนย์ความเป็นเลิศ (COE) ที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัย นอกจากนี้โบรกฯ ส่วนใหญ่มองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงแรงเป็นจังหวะสะสม เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่งที่มีเครือข่ายโรงพยาบาลครอบคลุมที่สุด

ราคาหุ้น BDMS ช่วงบ่ายเคลื่อนไหวที่ 20.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท (+1%)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โบรกเกอร์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)

ฟินันเซีย ไซรัส ซื้อ 31.00

กรุงศรี ซื้อ 29.00

ซีจีเอส อินเตอร์ฯ ซื้อ 28.50

อินโนเวสท์เอกซ์ Outperform 28.00

ธนชาต ซื้อ 26.00

ฟิลลิป ซื้อ 26.00

ทิสโก้ ซื้อ 25.20

บัวหลวง ถือ 21.00

กสิกรไทย Neutral 20.80

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

นายเกษม พันธ์รัตนมาลา ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของ BDMS ในไตรมาส 1/69 คาดว่าจะยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่จะเป็นการเติบโตในระดับ Low to Mid Single Digit หรือประมาณ 3-4% เนื่องจากฐานรายได้ในไตรมาส 1/68 อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เคยเติบโตสูงถึง 11% และกลุ่มคนไทยที่โต 4%

ขณะที่ปัจจัยบวกยังต้องติดตามภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้มากน้อยเท่าใด เนื่องจาก BDMS จะได้ประโยชน์จากการที่นักท่องเที่ยวกลับมามากกว่ารายอื่นในกลุ่ม ซึ่ง BDMS มีเครือข่ายโรงพยาบาลทั่วประเทศและแบรนด์ที่แข็งแกร่ง

ขณะที่ภาพรวมปี 69 คาดรายได้โรงพยาบาลโตราว 5-6% โดยมองว่าอาจฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว ซึ่งปีที่แล้วมีปัจจัยลบเฉพาะตัว อาทิ แผ่นดินไหว ที่ทำให้นักท่องเที่ยวหายไปชั่วคราว ซึ่งความกังวลด้านความปลอดภัยจะค่อย ๆ ลดลงและดีขึ้นในปีนี้ รวมทั้งหากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาคลี่คลาย ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะกลับมาใช้บริการมากขึ้น นอกจากนี้มีลุ้นรัฐบาลคูเวตจะกลับมาส่งตัวคนไข้เข้ามารักษาอีกครั้ง แต่ภาพรวมทั้งปีน่าจะยังเติบโตได้ YoY

สำหรับประเด็นเรื่องเกณฑ์การร่วมจ่ายประกันสุขภาพ (Co-payment) มองว่าเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาของคนไข้ไทยในช่วงสั้น ทำให้เกิดความระมัดระวังในการใช้บริการ Admit สำหรับโรคทั่วไปที่อาจไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวมองเป็นผลบวกต่อโรงพยาบาลในการบริหารจัดการต้นทุนและศักยภาพในการรองรับผู้ป่วย (Capacity) โดยเฉพาะช่วง High Season ในไตรมาส 3 ที่จะสามารถรองรับผู้ป่วยหนักที่มีความจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลจริงๆ ได้มากขึ้น นอกจากนี้ เงื่อนไข Co-payment ไม่ได้บังคับใช้กับผู้ถือกรมธรรม์เดิมทันที และไม่นับรวมกับโรคร้ายแรง ทำให้ความจำเป็นในการมีประกันสุขภาพสำหรับโรงพยาบาลเอกชนยังคงมีอยู่สูงในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

สำหรับคำแนะนำการลงทุน ยังคงคำแนะนำ "Add" (เพิ่มน้ำหนักการลงทุน) สำหรับหุ้น BDMS โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 28.50 บาท มองว่าราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวลดลงแรงเกินไปจากความตื่นตระหนกเรื่อง Co-payment จนปัจจุบันราคามีความน่าสนใจ

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่าตลาดรับรู้ปัจจัยลบจากประเด็น Co-payment มากเกินไป โดยผลกระทบเชิงลบต่อปริมาณผู้ใช้บริการน่าจะจำกัดกว่าที่กังวล เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงจะกระทบเฉพาะลูกค้าประกันใหม่บางส่วน ขณะที่การรักษาโรคซับซ้อนยังคงเป็นความจำเป็น ส่งผลให้ดีมานด์ด้านการรักษาพยาบาลไม่ได้หายไป อีกทั้งโครงสร้างเบี้ยประกันที่ถูกลงจะช่วยขยายฐานผู้มีประกันในระยะยาว ซึ่งเป็นผลบวกต่อผู้ให้บริการโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายครอบคลุมอย่าง BDMS

ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/68 คาดกำไรเติบโตดีขึ้นต่อเนื่อง YoY บริษัทให้ข้อมูลรายได้เติบโตราว 4% YoY สำหรับกลุ่มคนไข้ไทยมีแนวโน้มดีขึ้น ด้วยปริมาณฝนที่ยาวนานกว่าปกติทำให้โรคระบาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มคนไข้ต่างชาติมีแนวโน้มเติบโตดีจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยคาดว่ากลุ่มลูกค้าพม่าเริ่มกลับมาใช้บริการ จากที่ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวในช่วงต้นปีทำให้ลูกค้าพม่าเลื่อนการใช้บริการ ส่วนกลุ่มคนไข้ตะวันออกกลางยังเป็นกลุ่มที่เติบโตดีต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี อย่างไรก็ตามภาพรวมปี 2568 เราคงประมาณการกำไรที่ 16,545 ล้านบาท +3.5% YoY

ในปี 2569 ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโต ได้แก่

- การฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน, CLMV, กัมพูชา (หากความขัดแย้งทางการเมืองคลี่คลาย) รวมถึงคาดหวังการกลับมาของลูกค้าคูเวต

- การขยายบริการเฉพาะทางที่ต่อเนื่องด้านเวชศาสตร์แม่นยำ (Precision Medicine), การขยายศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence) และการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจ Wellness สอดคล้องกับการเติบโตของสังคมผู้สูงอายุ และการเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ

คงคำแนะนำ "ซื้อ" เรามองว่าราคาหุ้นปรับลงสะท้อนปัจจัยลบมากไป โดยซื้อขายที่ PER ต่ำกว่า -2SD ซึ่งต่ำเกินไป เรามองเป็นจังหวะในการเข้าลงทุน เราประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2569 ที่ 26.50 บาท โดยวิธี DCF โดยใช้ WACC ที่ 8% (Ke ที่ 9.8%) Terminal growth 2%

ด้านบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดว่า BDMS จะรายงานกำไรสุทธิอ่อนแอที่ 3.9 พันล้านบาท ลดลง 10% YoY และ 9% QoQ เพราะได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ และการปรับปรุงรายการทางบัญชีที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายพนักงานและโครงการ Life Privilege Club (LP) เราใช้สมมติฐานว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้อยู่ที่ 400 ล้านบาท (หลังหักภาษี) หากตัดรายการนี้ออก กำไรปกติของ BDMS จะอยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท ทรงตัว YoY และ QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นซึ่งยังคงเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้

รายได้เติบโตเร่งตัวขึ้น เราคาดการณ์รายได้ ไตรมาส 4/68 ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และทรงตัว QoQ เร่งตัวขึ้นจากที่เติบโต 1% YoY ใน ไตรมาส 3/68 เมื่อแบ่งตามสัญชาติ เราคาดว่ารายได้จากบริการผู้ป่วยชาวไทย (70% ของรายได้) จะเติบโต 4% YoY (แต่ลดลง 5% QoQ จากปัจจัยฤดูกาล) และรายได้จากการบริการผู้ป่วยต่างชาติ (30% ของรายได้) จะเติบโต 4% YoY และ 16% QoQ โมเมนตัมรายได้จากบริการผู้ป่วยต่างชาติในตลาดตะวันออกกลางและเมียนมายังแข็งแกร่ง ซึ่งสามารถชดเชยตลาดกัมพูชาที่อ่อนแอจากความขัดแย้งแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

เราคาดการณ์ EBITDA margin ที่ 23.4% ใน ไตรมาส 4/68 ลดลงจาก 25.1% ใน ไตรมาส 4/67 และ 25.3% ใน ไตรมาส 3/68 เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายพิเศษจำนวน 500 ล้านบาท ได้แก่

ค่าซ่อมแซมโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเคลมประกัน

การปรับปรุงรายการทางบัญชีสำหรับค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากราคาทองคำที่สูงขึ้น เนื่องจาก BDMS มอบทองคำให้แก่พนักงานตามอายุงานหรือเมื่อเกษียณอายุ

การปรับปรุงรายการทางบัญชีที่ทำให้ค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นจากการประเมินมูลค่าหนี้สินทางบัญชีที่เพิ่มขึ้นของโครงการ LP จากสมมติฐานอัตราคิดลดที่ต่ำลงตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ทั้งนี้ LP เป็นโครงการที่สมาชิกสามารถรับบริการทางการแพทย์ที่ BDMS ได้ตลอดชีพโดยแทบไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งโครงการนี้ได้ปิดรับสมาชิกใหม่ไปตั้งแต่ปี 2551

คงประมาณการกำไรปกติ ค่าใช้จ่ายพิเศษจะส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิ แต่ประมาณการกำไรปกติยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เราคาดการณ์กำไรปกติของ BDMS ที่ 1.65 หมื่นล้านบาท ในปี 2568 (เติบโต 3% YoY) และ 1.78 หมื่นลบ. ในปี 2569 (เติบโต 8% YoY) เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ BDMS โดยให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2569 อ้างอิงวิธี DCF ที่ 28 บาท/หุ้น (WACC ที่ 7.3% และการเติบโตระยะยาวที่ 3%)

นายปัญจพล แท่นศรีเจริญ ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.บัวหลวง ในไตรมาส 1/69 รายได้ของ BDMS จะถูกกดดันจากฐานผู้ป่วยกัมพูชาที่ลดลง ซึ่งเคยเป็นฐานที่สูงในช่วงต้นปี 68 (คิดเป็นสัดส่วนราว 3-4% ของรายได้รวม) ซึ่งมองว่าการเติบโตของกลุ่มประเทศอื่นไม่สามารถหนุนให้ภาพรวมเติบโต YoY ได้ ประกอบกับการเข้าสู่เทศกาลรอมฎอนเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้กลุ่มผู้ป่วยจากตะวันออกกลาง (Middle East) ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 5% หายไปบางส่วนในช่วงไตรมาสแรก คาดกระทบรายได้รวมทันทีราว 5% แม้จะมีกลุ่มผู้ป่วยจากยุโรป สหรัฐฯ และรัสเซียมาช่วยพยุงในช่วงฤดูหนาว แต่คาดว่ารายได้รวมจะทำได้เพียงแค่ทรงตัว (Flat)

สำหรับภาพรวมทั้งปี 69 ประเด็นเรื่อง Co-payment ในกรมธรรม์ประกันสุขภาพแบบใหม่ จะเริ่มส่งผลกระทบต่อกลุ่มโรคที่ไม่ซับซ้อน (Simple Disease) แม้จะไม่กระทบกลุ่มประกันเก่าทันที แต่จะทำให้การเติบโตของกลุ่มรายได้จากประกัน (ซึ่งคิดเป็น 40% ของรายได้ BDMS) ชะลอตัวลง จากเดิมที่โต 3-5% อาจเหลือเพียง 1-2%

ในเชิงกลยุทธ์ มองว่าราคาหุ้น BDMS ที่ปรับตัวขึ้นมาล่าสุดนั้นตึงตัวเกินไป โดยการปรับลงในช่วงที่ผ่านตลาดมองแย่กว่าความเป็นจริง และการเคลื่อนย้ายเงินลงทุน (Flow Shift) ออกจากกลุ่มธนาคารมายังกลุ่มเชิงรับ (Defensive) อย่างโรงพยาบาล มองว่าเป็นการหมุนเวียนเงินทุน แต่ราคาปัจจุบันมองว่าเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน โดยคำแนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย: 21 บาท

สรุปภาพรวม BDMS ปี 69 คาดรายได้รวมโตเพียง 2-3% และกำไรโต 4-5% ในกรณีฐาน (Base Case) โดยต้องรอดูการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและกำลังซื้อหลังการเลือกตั้งในช่วงปลายปีถึงจะเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนของกลุ่ม Healthcare อีกครั้ง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ