นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชี บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ [BGRIM] เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation) อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืนโดยวางแผนการลงทุนในโครงการต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับช่วงปี 2569-2573 รวมทั้งสิ้นกว่า 70,000 ล้านบาท ในขณะที่แผนการลงทุนเฉพาะส่วนทุนของ บี.กริม เพาเวอร์ จำนวน 40,000-50,000 ล้านบาท จะเป็นพลังงานหมุนเวียนถึง 93% หนุนกำลังการผลิตรวมแตะ 10,000 เมกะวัตต์ในปี 2573
ทั้งนี้ แหล่งที่มาของเงินลงทุนของ BGRIM จะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การออกหุ้นกู้ เงินกู้จากสถาบันการเงิน รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การขายสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) และแหล่งเงินทุนอื่นๆ ตามความเหมาะสม
สำหรับแผนปี 69 คาดใช้งบลงทุนราว 10,000-15,000 ล้านบาท โดยจะมีกำลังการผลิตเข้ามาใหม่ 1,000 เมกะวัตต์ นอกจากนี้บริษัทยังศึกษาการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในออสเตรเลียซึ่งมีศักยภาพการลงทุน คาดเห็นความชัดเจนในปีนี้ โดยตั้งเป้าภาพรวมทั้งปีกำไรโต 10-15% จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรโครงการโรงไฟฟ้าที่บริษัทลงทุน และโครงการใหม่ๆที่เข้าลงทุน รวมทั้งการลดระดับหนี้
สำหรับโครงการ Data center มูลค่าโครงการราว 26,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีลูกค้าแล้ว จำนวน 1 ราย เป็นบริษัท Hyper scale มีความต้องการใช้ไฟฟ้า 96 เมกะวัตต์ สำหรับความคืบหน้าคาดเฟส 1 จะเสร็จในไตรมาส 4/69 และเฟส 2 ช่วงไตรมาส 3/70
ขณะที่แผนการทำ Asset monetization บริษัทพิจารณาปรับโครงสร้างธุรกิจทั้งโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยปัจจุบันมีการปรับโครงสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซไปอยู่ภายใต้บริษัท Holding แล้ว ถัดมาจะปรับโครงสร้างธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนส่วนใหญ่ในต่างประเทศคาดเห็นความชัดเจนในปีนี้ ซึ่งจะมีการขายหุ้นออกบางส่วน แต่บริษัทจะยังคงสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือถือในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 40%
ประเด็นการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินที่ผันผวน ส่วนที่เป็นหนี้ดอลลาร์บริษัทจะได้ประโยชน์ อย่างไรก็ตามในส่วนที่เป็นการลงทุน ซึ่งเงินลงทุนโดยปกติในช่วงแรก จะให้เป็นเงินกู้จากบริษัทแม่ไปที่บริษัทย่อยก่อน ซึ่งจะยังเป็น Unrealized อยู่ ยังไม่มีการชำระจริง โดยท้ายที่สุดบริษัทจะพยายามบริหารจัดการให้ตัว Unrealized ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเนี่ยให้น้อยที่สุด เพื่อให้ผลประกอบการไม่ผันผวนมาก
นายฮาราลด์ ลิงค์ เปิดเผยว่า บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ระยะยาว "GreenLeap Global and Green" ซึ่งได้นำเอาวิสัยทัศน์ "สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี" (Empowering the World Compassionately) และค่านิยมองค์กร ของ บี.กริม เพาเวอร์ มาประยุกต์เป็นแนวทางของ GreenLeap ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อมุ่งสู่ตลาดพลังงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั่วโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป
ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวมราว 4.6 กิกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนประมาณ 37% สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังตั้งเป้าปี 2573 มุ่งเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลกที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% และกำลังการผลิตรวม 10 กิกะวัตต์ จากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนา พร้อมเดินหน้าสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี 2593
นายพีรเดช พัฒนจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน กล่าวว่า ภายใต้กลยุทธ์ "GreenLeap Global and Green" ที่มุ่งขยายการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก สิ่งสำคัญคือ ความสามารถในการส่งมอบ ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราขยายพลังงานหมุนเวียน โดยยึดวินัยการลงทุนและการบริหารโครงการเป็นหลัก ปัจจุบันเรามี 1.7 กิกะวัตต์ที่เดินเครื่องแล้ว และมีโครงการในหลายตลาดที่สะท้อนความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม เราเร่งการเติบโตเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระดับภูมิภาคและระดับโลก
บี.กริม เพาเวอร์ เน้นย้ำความคืบหน้าในตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งในประเทศเกาหลีใต้ Nakwol 1 ขนาด 365 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างในเขตชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ และ คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปีนี้ ในพื้นที่ยุทธศาสตร์พลังงานลมของประเทศเกาหลีใต้ อีกหนึ่งก้าวสำคัญของการลงทุนในสหรัฐอเมริกาคือการเข้าลงทุนในสัดส่วน 25% ในพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กำลังการผลิตรวม 406 เมกะวัตต์ เพื่อสร้างฐานรายได้ระยะยาวที่มั่นคง และกระจายความเสี่ยงเชิงภูมิศาสตร์ พร้อมเปิดโอกาสต่อยอดเพิ่มขีดความสามารถของสินทรัพย์ตามความเหมาะสมของตลาดพลังงาน
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม สรุปความคืบหน้าปี 2568 ด้วยความสำเร็จในการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวมกว่า 542 เมกะวัตต์ ให้แก่ลูกค้าทั้งภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรม โดยเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนถึง 75% ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานยั่งยืนของไทย และในปีนี้ บี.กริม มุ่งมั่นยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยต่อยอดจากธุรกิจพลังงานเดิมเพื่อรองรับการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ล่าสุดได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าขนาด 100 เมกะวัตต์ร่วมกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก ตอกย้ำการส่งมอบโซลูชั่นพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพและน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ บริษัทยังรุกขยายตัวด้วยโซลูชั่นที่มากกว่าไฟฟ้าผ่านโมเดล Digital Infrastructure-as-a-service (DIaaS) อาทิ การพัฒนาโครงการไฮเปอร์สเกลดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 96 เมกะวัตต์ อันเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนการพัฒนาแพลตฟอร์มพลังงานและบริการดิจิทัลอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) ในอนาคต
นาย ฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จากแนวทางในการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี ตลอด 148 ปี พร้อมกับกลยุทธ์ที่วางไว้ บี.กริม พร้อมเดินหน้าเติบโตสู่องค์กรชั้นนำระดับโลก ก้าวสู่ความสำเร็จและขยายธุรกิจไปในหลายประเทศทั่วโลก ผลักดันให้ต่างประเทศเห็นถึงศักยภาพของคนไทย และช่วยนำพาธุรกิจ และพันธมิตรทุกคนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน