นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น [SAMART] เปิดเผยว่าในปี 69 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 14,000 ล้านบาทหรือเติบโต 30% จากปีก่อน และจะสร้างกำไรให้เติบโตจากปีก่อนหน้าไม่ต่ำกว่า 75% หรือคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 859 ล้านบาท มาจากการวางแผนเข้าร่วมประมูลงานหลักรวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าสิ้นปีจะมีงานในมือ (Backlog) ทะลุ 20,000 ล้านบาท
โดยการเติบโตในปีนี้จะมาจากการรับรู้จาก Backlog เดิมที่อยู่ ณ สิ้นปี 68 บริษัทมี Backlog 16,000 ล้านบาท และโครงการใหม่ที่กำลังจะประมูลเพิ่ม ซึ่งในปีที่ผ่านมาจากสถานการณ์การเมืองที่มีการยุบสภาทำให้การประมูลงานโครงการมีความล่าช้า ส่งผลให้มีงานทยอยออกประมูลค่อนข้างมากในไตรมาส 1/69 ขณะเดียวบริษัทยังมองหาโอกาสในการร่วมลงทุนหรือซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) ซึ่งในไตรมาส 1/69 คาดเห็นการ M&A ราว 1-2 ราย โดยบริษัทเตรียมงบลงทุนปี 69 ราว 1,000 ล้านบาท สำหรับดีล M&A และลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ

ปีนี้กลุ่มบริษัทสามารถกำหนดให้เป็น "ปีแห่งการปลดล็อก พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด" หรือ Unlock Unlimited Opportunities ด้วยการมองให้ไกล และใหญ่กว่าเดิม โดยมุ่งขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 แกนกลยุทธ์หลัก เพื่อช่วยผลักดันกลุ่มสามารถให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีที่พร้อมเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดในทุกโอกาส
แกนกลยุทธ์แรกคือ Unlimited Solutions สะท้อนความแข็งแกร่งของกลุ่มในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน บนดิน ไปจนถึงระบบสื่อสารเหนือน่านฟ้า ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นหรือบริการใหม่ๆรวมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าเดิมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
แกนกลยุทธ์ที่สอง Unlimited Collaborations มุ่งเน้นการผสานความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานภายใน และพันธมิตรภายนอก เพื่อพร้อมรุกธุรกิจทุกรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) เพื่อเร่งการเติบโต เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ขยายตลาด ต่อยอดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมพนักงานมืออาชีพจากการขยายธุรกิจ
ส่วนแกนกลยุทธ์ที่สาม Unlimited Opportunities เป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร ทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ สนับสนุนและเปิดรับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาเสริมทัพองค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทฯ เห็นสัญญาณบวกจากธุรกิจหลักในเครือ ทั้งการรับรู้รายได้จากงานในมือ การเติบโตของโครงการใหม่ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยแต่ละสายธุรกิจตั้งเป้าหมายรายได้ดังนี้
สายธุรกิจ Digital ICT Solutions นำโดย บมจ.สามารถ เทเลคอม [SAMTEL]
ปัจจุบันมีงานในมือรวมกว่า 6,500 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ 6,500 ล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและผลักดันโครงการขนาดใหญ่ผ่านการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ อาทิ โซลูชั่นด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีด้านการป้องกันภัย และการให้บริการระบบหลักขององค์กรแบบระยะยาว ควบคู่การสร้างรายได้ประจำ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงทางธุรกิจ ทั้งนี้ในปี 69 SAMTEL ตั้งเป้าเซ็นโครงการมากกว่า 9,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นงานระบบ ERP 4,150 ล้านบาท ระบบการเงินและธนาคาร 1,500 ล้านบาท คาดสิ้นปี 69 จะมี Backlog มากกว่า 10,000 ล้านบาท อีกทั้งยังมีโครงการที่บริษัทมีศักยภาพในการเข้าประมูลงานอีกราว 20,000 ล้านบาท
ทั้งนี้การดำเนินงานอาศัยความร่วมมือของบริษัทในเครือที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านครอบคลุมบริการระบบการเงินและธนาคาร, ระบบ ERP, โซลูชั่นองค์กร และ Cybersecurity ร่วมกับพันธมิตรด้าน Digital Technology ชั้นนำระดับสากล ทำให้สามารถออกแบบและบูรณาการโซลูชั่นได้ครบวงจร
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ AI, Anti-Drone และ Quantum-safe Technology พร้อมต่อยอดจากฐานลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในการดูแลระบบหลักขององค์กร เช่น GHB system ระบบ Core Bank ของธนาคารออาคารสงเคราะห์, ระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลักของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และระบบสารสนเทศของกรมที่ดิน รวมถึงการวางแผนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในรูปแบบ Public Outsourcing Services เพื่อสร้างรายได้ประจำที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
สายธุรกิจ Utilities & Transportations นำโดย บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ [SAV]
Backlog ณ สิ้นปีมีมูลค่ามากกว่า 8,700 ล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้ทั้งกลุ่มที่ 6,800 ล้านบาท โดยเป็นของ SAV ประมาณ 2,600 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% ด้วยโอกาสทางธุรกิจหลายด้าน โดยเฉพาะจากการเข้าประมูลโครงการ จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,300 ล้านบาท ควบคู่กับรายได้จากบริการ Overflight ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามปริมาณการบินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางจากเวียดนามและจีน อีกทั้งแผนการเปิดสนามบินแห่งใหม่ในนครโฮจิมินห์ยังช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระยะกลางถึงยาวนอกจากนี้ SAV ยังมุ่งพัฒนาและปรับปรุงระบบด้านการบิน ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงและการกระจายที่มาของรายได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้เพียงช่องทางเดียว ส่วนบริษัท เทด้า (TEDA) จะทยอยรับรู้งานโครงการจาก Backlog มูลค่ากว่า 3,800 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 40% ด้าน SAMART U-TRAN ปัจจุบันมี Backlog 401 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 251 ล้านบาท
สายธุรกิจ Digital Communications นำโดย บมจ.สามารถดิจิตอล [SDC]
ตั้งเป้ารายได้ ที่ 900 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนมากกว่า 57% โดยมีแนวโน้มเติบโตจากการรับรู้รายได้ของโครงข่าย Trunk ซึ่งเป็นรายได้ในรูปแบบ Air-time รวมถึงการส่งมอบอุปกรณ์เพิ่มเติมในช่วงไตรมาสแรกของปี
อีกทั้งในปีนี้บริษัทจะเสนอขายหุ้นกู้ระยะยาว อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 5.10% เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบัน/ผู้ลงทุนรายใหญ่ เพื่อนำเงินใช้ชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้ (roll-over) จำนวน 406.40 ล้านบาท และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น จำนวน 443.60 ล้านบาท ระยะเวลาเสนอขาย วันที่ 3-5 ก.พ. 69 อันดับความน่าเชื่อถือผู้ออกหุ้นกู้ BBB+
นายวัฒน์ชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า "แม้ในปีที่ผ่านมาภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศจะชะลอตัว การเมืองขาดเสถียรภาพ แต่ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาของเรายังอยู่ในระดับที่ดี คาดว่าจะมีรายได้รวมที่เติบโตขึ้นกว่าปีที่แล้ว ส่วนปีนี้คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ดีมากของบริษัท ทั้งการสร้างงานใหม่ การเพิ่มรายได้ และการเติบโตของกำไร ด้วยการเดินเกมรุกธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนอกจากเราจะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) แล้ว เรายังเตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาวด้วย"