นายประวิทย์ ศรีแสงนาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจริญอุตสาหกรรม [CH] เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจปี 2569 จะเป็นปีแห่งการดำเนินงานเชิงรุก จากกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ การขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเคร่งครัด ต่อยอดวิสัยทัศน์ "Expand Control and Be Known" ยกระดับความสามารถในการบริหารจัดการตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต รวมถึงการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าหมายรายได้ปีนี้ราว 1,800 ล้านบาท เนื่องจากยังมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาทแข็งตัว และการปิดชายแดนกัมพูชาที่อาจกระทบต่อปริมาณวัตถุดิบในการผลิต
บริษัทมุ่งเน้นเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ผ่านแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ตลอดทั้งปีในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง แบรนด์ SUMACO และแบรนด์เรือรบ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และกลุ่มขนมเพื่อสุขภาพ แบรนด์ Bangkok Tasty by Chin Huay และ Eros (อีโรส) รองรับการเติบโตของตลาดขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีแผนขยายช่องทางการจำหน่ายรูปแบบโมเดิร์นเทรดในประเทศและช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อาทิ กลุ่มยุโรป รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในวงกว้างมากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องและวินัยทางการเงิน เพิ่มกระแสเงินสด,ควบคุม Stock และลูกค้าที่เหมาะสม และผ่านการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเคร่งครัด อาทิ ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้ผลผลิตที่สูงขึ้น ยกระดับระบบควบคุมคุณภาพสูงสุดเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร และรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในระยะยาว ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล โดยมีแผนปรับกระบวนการผลิตให้ใช้น้ำน้อยลง และนำเสนอบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้มากขึ้น สอดคล้องกับมาตรฐานการส่งออกไปยังต่างประเทศ และปัจจัยในการเลือกซื้อของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนลงทุนซื้อที่ดินเพิ่มเติม เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต รวมถึงการขยายห้องเย็นสำหรับการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าในฤดูผลไม้หลัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านสต๊อก ลดต้นทุนสินค้าขาย และรองรับการจำหน่ายตลอดทั้งปี
"ภาพรวมตลาดผลไม้อบแห้งและอาหารแปรรูปในปีนี้ บริษัทคาดว่าการแข่งขันในตลาดต่างประเทศยังคงรุนแรง โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านในโซนอาเซียนที่ค่อนข้างได้เปรียบด้านต้นทุน ขณะที่ค่าเงินบาทที่แข็งตัวถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการส่งออก แต่การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในประเทศจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนความต้องการซื้อสินค้า ผลักดันยอดขายให้เติบโตมากขึ้น
โดยปีนี้จะเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญของ CH ในการวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการต่อยอดวิสัยทัศน์เดิม แต่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนองค์กรอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่มีการแข่งขันสูงและคว้าโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ได้อย่างทันท่วงที แม้จะเป็นปีที่ท้าทาย แต่ด้วยประสบการณ์ และการปรับตัวเชิงรุก บริษัทเชื่อว่าจะสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขัน และทำกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้" นายประวิทย์ กล่าว