SKE ล้างบ้านยอม Write-off ธุรกิจ RDF พร้อมปรับโมเดลใหม่ หันมุ่งเป้าบิ๊กโปรเจกต์นครศรีฯหวัง Turnaround

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday February 3, 2026 14:42 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายจักรพงส์ สุเมธโชติเมธา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สากล เอนเนอยี [SKE] เปิดเผยถึงกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทในปี 69 ตั้งเป้าผลการดำเนินงาน Turnaround หรือขาดทุนน้อยลง โดยเตรียม Write-off สินทรัพย์ด้อยค่ากว่า 100 ล้านบาทจากการลงทุนธุรกิจผลิตเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) จากขยะใน จ.สระบุรี ที่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ พร้อมปรับโมเดลมาเป็นการปรับปรุงคณภาพเน้นกำไรมากกว่ารายได้ และลุยบิ๊กโปรเจกต์รับบริหารจัดการขยะในนครศรีธรรมราช

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผลประกอบการของบริษัทประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากการลงทุนที่ผิดพลาดทั้งการซื้อเครื่องจักรใหม่ที่ใช้งานไม่ได้ตามเป้าหมายและการลงทุนในธุรกิจ RDF ที่มี Goodwill สูงแต่ทำผลงานไม่ได้ตามแผน ในปีนี้ บริษัทจึงมีแผนที่จะล้างบ้านด้วยการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ (Asset) และค่าความนิยม (Goodwill) ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ออกไป โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการ Write-off หลัก 100 ล้านบาท เพื่อลดภาระค่าเสื่อมราคาและไม่ต้องบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้งบกำไรขาดทุนสะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงและปรับตัวดีขึ้นในที่สุด

ตามแผนงานเดิมธุรกิจผลิต RDF ที่สระบุรีจะเน้นการผลิตเพื่อป้อนให้กับโรงปูนของ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย [SCC] คาดว่าจะสร้างรายได้สูงถึงปีละเกือบ 300 ล้านบาท แต่กลับประสบปัญหาขยะต้นทางไม่ได้คุณภาพ มีความชื้นและสิ่งปลอมปนสูง ทำให้เครื่องจักรเสียหายและค่าซ่อมบำรุงพุ่งสูง บริษัทจึงปรับกลยุทธ์จากผู้ผลิตเป็นผู้ปรับปรุงคุณภาพ โดยใช้เครื่องอบขยะ (Dryer) ขนาดใหญ่ลดความชื้นของ RDF ให้ลูกค้า แม้รายได้จะลดลงเหลือเพียง 20-30 ล้านบาทต่อปี แต่จะมีอัตรากำไรขั้นต้น (GP) สูงถึง 30% และที่สำคัญคือไม่ขาดทุน โดยตั้งเป้าปริมาณงานปรับปรุง RDF ที่ 60,000 ตันต่อปี โดยนอกจากลูกค้าหลักอย่าง SCC แล้ว ยังเตรียมเจรจากับลูกค้ารายอื่นเพื่อเติมเต็มกำลังการผลิต

สำหรับโรงงาน RDF ที่ชลบุรี จะมีการปรับปรุงใหม่เพื่อสร้างรายได้ และช่วยสร้างกระแสเงินสดกลับเข้ามาด้วย ทั้งนี้บริษัทคาดว่าการ Write-off ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดเข้าสู่บริษัทได้ภายในปีนี้ และทำให้ผลประกอบการสะท้อนผลงานที่แท้จริง

อีกทั้งในปี 69 บริษัทให้ความสำคัญกับโครงการใหม่ที่ชนะประมูลไปล่าสุด นั่นคือ โครงการบริหารจัดการศูนย์จัดการคัดแยกขยะเทศบาลปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มูลค่าโครงการประมาณ 1,500 ล้านบาท สัญญาจ้างระยะยาว 20 ปี เป็นโครงการระหว่างรัฐร่วมมือกับเอกชน งบลงทุน 100 ล้านบาท โดยภายในเดือน ก.พ.นี้จะเซ็นสัญญากับผู้รับเหมา คาดรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวในช่วงต้นปี 70 โดยโครงการนี้บริษัทจะรับรู้รายได้จากค่าจัดการขยะ (Tipping Fee) ประเมินรายได้ปีละ 90 ล้านบาท

ในส่วนของความเชื่อมั่นทางการเงิน ยอมรับว่าความเชื่อมั่นลดลงจากการลงทุนที่ผิดพลาดในอดีต อย่างไรก็ตามบริษัทยังได้รับการสนับสนุนจากธนาคารเจ้าหนี้สำหรับเงินกู้ซื้อเครื่องจักรในโครงการใหม่ ส่วนงานก่อสร้างระบบจะใช้เงินทุนของบริษัทเอง ทั้งนี้ บริษัทขอยืนยันว่าไม่มีแผนเพิ่มทุนในขณะนี้ แต่มีความสนใจที่จะหาพันธมิตรทางธุรกิจมาร่วมลงทุนเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง โดยในปี 69-70 บริษัทจะมุ่งเคลียร์ปัญหาเก่าและบริหารจัดการสินทรัพย์หลักอย่าง โรงไฟฟ้า 9.9 MW และโรงงานที่ชลบุรีให้สร้างกระแสเงินสดต่อเนื่อง (Recurring Income) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 70 เป็นต้นไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ