BAM ปี 69 ปักธงกำไร 2,000 ลบ.ชูโมเดล Cherry Picking คัดพอร์ตเกรด A หลังปี 68 ปั๊มกำไรโต 13% แม้ Q4 เจอโจทย์หิน

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday February 27, 2026 14:18 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

BAM ปี 69 ปักธงกำไร 2,000 ลบ.ชูโมเดล Cherry Picking คัดพอร์ตเกรด A หลังปี 68 ปั๊มกำไรโต 13% แม้ Q4 เจอโจทย์หิน

บมจ.บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ [BAM] วางเป้าหมายปี 69 เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมุ่งสร้างผลเรียกเก็บรวมในระดับ 17,900 ล้านบาท เพื่อสร้างผลกำไรสุทธิในระดับ 2,000 ล้านบาท ผ่านการขับเคลื่อนกลยุทธ์เชิงรุกทั้งในด้านการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) การบริหารต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่าย รวมถึงการต้งัสา รองเพื่อให้สอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์

บริษัทฯ มีเป้าหมายขยายพอร์ตการลงทุน เพื่อให้มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (รวม JV AMC) มูลค่ารวม 600,000 ล้านบาท (ณ 31 ธันวาคม 2568 มี

BAM ปี 69 ปักธงกำไร 2,000 ลบ.ชูโมเดล Cherry Picking คัดพอร์ตเกรด A หลังปี 68 ปั๊มกำไรโต 13% แม้ Q4 เจอโจทย์หิน
มูลค่ารวม 587,866ล้านบาท) โดยจะมุ่งเน้นการเข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทั้งการลงทุนผ่านกิจการร่วมทุน (Joint Venture) และการลงทุนโดยตรงของบริษัท ซึ่งจะเลือกลงทุนเฉพาะพอร์ตในลักษณะ Cherry Picking ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างผลตอบแทนสูงได้

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM ยังเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำปี 68 ว่ามีกำไรสุทธิ 1,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์และการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย โดยมีผลเรียกเก็บ 17,857 ล้านบาท

BAM ปี 69 ปักธงกำไร 2,000 ลบ.ชูโมเดล Cherry Picking คัดพอร์ตเกรด A หลังปี 68 ปั๊มกำไรโต 13% แม้ Q4 เจอโจทย์หิน
เพิ่มขึ้น 17.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นผลเรียกเก็บจากการบริหารหนี้ NPLs จำนวน 10,670 ล้านบาท และงานบริหารทรัพย์สินรอการขาย NPAs จำนวน 7,187ล้านบาท ทำให้ภาพรวมการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นกว่าปีก่อนหน้า

ในปี 68 บริษัท สามารถดำเนินภารกิจหลักในการประนอมหนี้และบริหารจัดการทรัพย์สินด้อยคุณภาพกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความช่วยเหลือลูกหนี้จำนวนกว่า 5,400 ราย คิดเป็นยอดเงินต้นรวมกว่า 26,500 ล้านบาท พร้อมทั้งจำหน่ายทรัพย์สินได้กว่า 3,100 รายการ มูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังได้ขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจผ่านรูปแบบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในลักษณะ Joint Venture (JV Model) ภายใต้แนวคิด "BAM Universe" ส่งผลให้ปัจจุบันมีพอร์ตสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการรวมทั้งสิ้น 587,866 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 4/68 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 117 ล้านบาท ลดลง 77.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 36.4% จากไตรมาสก่อนหน้า ด้านผลเรียกเก็บ 4,054 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากช่วงเดียวกนัของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 11.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ ได้บริหารจัดการผลเรียกเก็บให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งในไตรมาส 4 ยังเป็นช่วง High Season ของปี มีสัญญาณเติบโตที่ดีด้วยเงินรับจากการขายทรัพย์ NPAs จำนวน 1,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น53.9% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักจากยอดขายทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย (ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว และห้องชุด) เป็นผลจากการเร่งทำแคมเปญการตลาดและโปรโมชั่นส่วนลดต่าง ๆ โดยบริษัทฯ มีราคาขายต่อราคาประเมินทรัพย์เฉลี่ยที่ 85.9% (ไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 86.6%) ในขณะที่จัดเก็บหนี้ NPLs ได้ 2,085 ล้านบาท ลดลง 12.0% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสัดส่วนการรับชำระหนี้จากการปรับโครงสร้างหนี้ 62.9% และจากการขายทรัพย์ทอดตลาด 37.1%

ทั้งนี้ ตลอดปี 68 BAM เข้าร่วมประมูลซื้อหนี้รวม 61,106 ล้านบาท ชนะการประมูลเป็นภาระหนี้รวม 7,837 ล้านบาท ราคาซื้อเฉลี่ยคิดเป็น 26.2% ของราคาประเมิน (ปี 67 อยู่ที่ 35.0%)

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรและระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวม

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ