ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำสัปดาห์: มีมูลค่าการซื้อขายรวม 441,711 ลบ.

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday March 2, 2026 15:39 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ประจำสัปดาห์ (23 - 27 กุมภาพันธ์ 2569) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ มีมูลค่ารวม 441,711 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 88,342 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 2% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 46% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 201,401 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาล ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 192,080 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 14,829 ล้านบาท หรือคิดเป็น 43% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB456A (อายุ 19.3 ปี) LB365A (อายุ 10.2 ปี) และ LB353A (อายุ 9.1 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 25,895 ล้านบาท 15,966 ล้านบาท และ 15,039 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รุ่น PTTGC269A (AA-(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 1,205 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) รุ่น CPALL313A (AA-) มูลค่าการซื้อขาย 899 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) รุ่น BANPU292A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 604 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลงประมาณ 11-20 bps. หลังจากผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 25 ก.พ. มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปี 2568 ขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ แต่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่า ศักยภาพและไม่ทั่วถึงในปี 2569 และ 2570 จากปัญหาเชิงโครงสร้าง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิม ด้านปัจจัยต่างประเทศ สหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลก โดยถูกนำมาใช้แทนที่ภาษีตอบโต้แบบต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) เริ่มมีผลบังคับในวันที่ 24 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงวอชิงตัน จนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม นี้ เพื่อแก้ปัญหาขาดดุลการค้า ขณะที่ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ประจำไตรมาส 4/68 ขยายตัวเพียง 1.4% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.5% โดยได้รับผลกระทบจากการขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ รวมทั้งการปิดหน่วยงานรัฐบาล

สัปดาห์ที่ผ่านมา (23 - 27 กุมภาพันธ์ 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 5,759 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 4,311 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT) (อายุมากกว่า 1 ปี) 2,155 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 707 ล้านบาท

หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้

ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่ ม.ค. 2565

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย สัปดาห์นี้ สัปดาห์ก่อนหน้า เปลี่ยนแปลง สะสมตั้งแต่ต้นปี (23 - 27 ก.พ. 69) (16 - 20 ก.พ. 69) (%) (1 ม.ค. - 27 ก.พ. 69) มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ - Outright Trading (ล้านบาท) 441,710.90 432,303.75 2.18% 4,109,070.74 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท) 88,342.18 86,460.75 2.18% 102,726.77 ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index) 111.18 109.87 1.19% ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index) 109.59 109.06 0.49% เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) --% ช่วงอายุของตราสารหนี้ 1 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี 30 ปี สัปดาห์นี้ (27 ก.พ. 69) 1.03 1.04 1.04 1.06 1.16 1.71 2.18 2.7 สัปดาห์ก่อนหน้า (20 ก.พ. 69) 1.14 1.15 1.16 1.26 1.33 1.9 2.3 2.82 เปลี่ยนแปลง (basis point) -11 -11 -12 -20 -17 -19 -12 -12

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ