นายชเนศวร์ แสงอารยะกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไพลอน [PYLON] เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมฐานรากปีนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีของ PYLON ปัจจุบันบริษัทรับงานเต็มไปจนถึงช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้แล้ว
งานส่วนใหญ่เป็นงานภาคเอกชน เช่น โครงการ Mixed Use คอนโดมิเนียม โรงแรม และโรงพยาบาลต่างๆ ขณะที่งานภาครัฐก็มีส่วนร่วมในงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งหากในปีนี้มีงานภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ออกมาเพิ่มเติมคาดว่าจะเป็นช่วงครึ่งหลังของปี น่าจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนกลับมาลงทุนมากขึ้น ก็จะเป็นจังหวะดีที่จะเข้ามาเติม Backlog ของบริษัทฯ ในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงปีหน้า โดยภาพรวมการใช้เครื่องจักรในช่วงไตรมาสแรกน่าจะอยู่ที่ประมาณ 18-20 ชุด และทิศทางยังดีต่อเนื่อง
"ปีนี้ต่อเนื่องถึงปี 2570 ธุรกิจก่อสร้างงานฐานรากทั้งเสาเข็มเจาะและกำแพงกันดินมีโอกาสโตต่อเนื่อง นับเป็นปีที่ดีของ PYLON คาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตขึ้นจากปีก่อน ซึ่งหลังจากมีความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว บริษัทฯ คาดว่าจะเห็นความต่อเนื่องของนโยบาย เนื่องจากเป็นรัฐบาลชุดเดิม โดยน่าจะเห็นการขับเคลื่อนโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆออกมามากขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างและงานฐานราก" นายชเนศวร์ กล่าวล่าสุด บริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/68 มีกำไรสุทธิ 71.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,059% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 16.7% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 428.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169% ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตที่ชัดเจนของบริษัท
สำหรับผลประกอบการของปี 68 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 210.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 41,954.8% โดยอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 14.0% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1,501.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 82.9% โดยมีการรับรู้รายได้ในโครงการประเภทต่างๆซึ่งประกอบด้วยโครงการภาคเอกชนที่เป็น Mixed-Use, คอนโดมิเนียม, โรงพยาบาล, Data Center, โรงแรม รวมถึงงานภาคเอกชนอื่นๆ และโครงการภาครัฐ 2 โครงการ ขณะที่รายได้จากงานกำแพงกันดิน (Diaphragm Wall) ก็เติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2568 สัดส่วนรายได้ Diaphragm Wall : Bored Pile อยู่ที่ 40 : 60
"ผลประกอบการออกมาเป็นที่น่าประทับใจทั้งรายได้และกำไร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่ชัดเจน และด้วยปริมาณงานในมือ (Backlog) ล่าสุด All-Time High อยู่ที่ 2,207.7 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ปี 2569 ให้เติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง D/E เพียง 0.35 เท่า Current Ratio 3.66 เท่า มีเงินฝากและกองทุนรวมตลาดเงินซึ่งลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลรวมทั้งสิ้น 646 ล้านบาท เทียบกับหนี้ที่มีดอกเบี้ยเพียง 85 ล้านบาท สะท้อนนโยบายดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2545" นายชเนศวร์ กล่าว