นายไพรัต ภูฆัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน บมจ.เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ [MPJ] เปิดเผยว่า ปี 69 ยังคงเป็นปีแห่งความท้าทายทั้งปัจจัยภายในและนอกประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่อยู่ระหว่างทยอยฟื้นตัว และล่าสุดวิฤกติความขัดแย้งสงครามตะวันออกกลางที่เป็นตัวแปรสำคัญ ทำให้ทั่วโลกเผชิญกับความท้าทาย ด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลที่สำคัญของโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานทั่วโลก ราคาน้ำมันดิบพุ่ง ทำให้ค่าขนส่งด้านโลจิสติกส์ ค่าไฟ และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้จากปัจจัยดังกล่าวยอมรับว่าผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ต้องปรับตัวและวางกลยุทธ์ เพื่อรับมือกับสถานการณ์อย่างรอบคอบ โดยในส่วนของ MPJ ได้มีข้อกำหนดในสัญญาให้บริการขนส่งที่สามารถปรับราคาค่าบริการขนส่งขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นได้ ทำให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันสัดส่วนลูกค้าที่ส่งออกไปตะวันออกกลางมีเพียง 2% ซึ่งกระทบในวงจำกัด ดังนั้นจึงไม่กระทบผลการดำเนินงาน และภาพรวมของบริษัทฯ อย่างแน่นอน
ส่วนแผนกลยุทธ์ของ MPJ ในปี 69 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมที่ 1,375 ล้านบาท เติบโต 26% ผ่านการขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก และตั้งงบลงทุนรวม 1,140 ล้านบาท โดยมุ่งมั่นยกระดับการให้บริการสู่ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะและการขยายโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ตอบโจทย์การขยายตัวของภาคการนำเข้า-ส่งออกในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 6.8 % ต่อปี
ธุรกิจบริหารการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ : บริษัทตั้งเป้ารายได้ 492 ล้านบาท และงบลงทุน 380 ล้านบาท เพื่อลงทุนโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง 3 พื้นที่ 28 ไร่ มูลค่าลงทุน 327 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้อีก 200,000 TEUs ต่อปี โดยกำหนดพัฒนาในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ และจะเริ่มให้บริการในไตรมาส 1/70 คาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 140 ล้านบาทต่อปี
ธุรกิจการให้บริการขนส่งทางบกต่อเนื่องกับท่าเรือ : ตั้งเป้ารายได้ 585 ล้านบาท และงบลงทุน 70 ล้านบาท โดยวางแผนจัดหารถขนส่งชุดใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนระยะยาว
ธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ : ตั้งเป้ารายได้ 268 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการขยายส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพสูง และรุกเข้าสู่บริการ NVOCC (Non-Vessel Operating Common Carrier) อย่างเต็มตัว เพื่อเป็นตัวกลางในการจัดการขนส่งระดับสากล
ธุรกิจการให้บริการให้เช่าคลังสินค้า : ตั้งเป้ารายได้ 31 ล้านบาท และงบลงทุน 690 ล้านบาท แบ่งเป็น เตรียมลงทุนจำนวน 265 ล้านบาท เพื่อลงทุนโครงการระยอง 2 สำหรับก่อสร้างคลังสินค้าขนาด 18,000 ตารางเมตร โดยจะเริ่มก่อสร้างภายในไตรมาส 2/69 และเริ่มเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 2/70 โดยจะมีรายได้ประมาณ 34 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าลงทุนโครงการคลังสินค้าแหลมฉบัง 2 บนพื้นที่ 25 ไร่อีก 425 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารคลังสินค้าขนาด 24,000 ตารางเมตร โดยจะเริ่มพัฒนาโครงการในช่วงไตรมาส 1/70 และคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินงานได้ในไตรมาส 2/71 และคาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 46 ล้านบาทต่อปี