ฟิทช์ หั่นแนวโน้มเครดิต PTTGC เป็น"ลบ"จาก"มีเสถียรภาพ" แม้คงอันดับที่ BBB-/AA-(tha)

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday March 9, 2026 18:19 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล [PTTGC] เป็น ลบจากมีเสถียรภาพ และประกาศคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (Long-Term Foreign-Currency Issuer Default Rating: IDR) ที่ BBB- และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ที่AA-(tha)

ในขณะเดียวกัน ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นของบริษัท ที่ F1+(tha) อันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันและไม่ด้อยสิทธิ (Senior Unsecured) ที่ BBB- อันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลเงินบาทที่ A(tha) และอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งออกโดยบริษัท จีซี ศูนย์บริหารเงิน จำกัด (GC Treasury Center Company Limited) ที่ BB

แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ สะท้อนความเสี่ยงที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Net Leverage) ของ PTTGC จะยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่า 4.0 เท่า ในช่วงปี 2569-2570 ซึ่งเป็นระดับที่ฟิทช์อาจพิจารณาปรับลดอันดับเครดิต โดย EBITDA Net Leverage ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 10 เท่า ในปี 2568 จาก 8 เท่า ในปี 2567 จากกำไรที่อ่อนแอลงท่ามกลางวัฏจักรขาลงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลกที่ยืดเยื้อ การปรับลดอัตราส่วนหนี้สินเกิดขึ้นช้ากว่าที่ฟิทช์คาด เนื่องจากกำไรที่อ่อนแอได้ลดทอนประโยชน์จากกระแสเงินสดสุทธิ (Free Cash Flow: FCF) ที่เป็นบวก และการชำระคืนหนี้อย่างต่อเนื่อง

การคงอันดับเครดิตสะท้อนการประมาณการของฟิทช์ว่า อัตราส่วนหนี้สินจะปรับตัวดีขึ้นไปสู่ระดับที่สอดคล้องกับสถานะเครดิตโดยลำพัง (Standalone Credit Profile) ของ PTTGC ที่ bb ภายในปี 2571 โดยการลดอัตราส่วนหนี้สินน่าจะได้รับการสนับสนุนจากการลดหนี้อย่างต่อเนื่อง การสร้างกระแสเงินสดที่เป็นบวก และการฟื้นตัวของภาวะอุตสาหกรรม

ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีความผันผวน: ฟิทช์คาดว่าภาวะอุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลกจะยังคงดำเนินต่อไปในช่วง 2 ปีข้างหน้า จากการเพิ่มกำลังการผลิตในเอเชีย การลดกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมยังไม่รวดเร็วเพียงพอที่จะช่วยลดภาวะอุปทานส่วนเกิน แม้ว่าการยืนยันการปิดโรงงานบางแห่งในเกาหลีและญี่ปุ่นจะเป็นสัญญาณความคืบหน้าเพื่อลดอุปทานส่วนเกินนี้ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกยังคงทำให้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปลายทางที่สำคัญล่าช้า ปัจจัยท้าทายดังกล่าวได้กดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและทำให้กำไรของทั้งอุตสาหกรรมปรับลดลง

ฟิทช์เชื่อว่า PTTGC น่าจะสามารถรองรับการหยุดชะงักของการจัดหาเชื้อเพลิงในระยะสั้นได้ อย่างไรก็ตามความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในอิหร่านอาจทำให้ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นและกดดันอัตราส่วนกำไรของ PTTGC ซึ่งไม่อยู่ในสมมุติฐานกรณีฐานของฟิทช์ นอกจากนี้ ฟิทช์คาดว่า PTTGC จะดำเนินมาตรการเพื่อรับมือความท้าทายของภาคธุรกิจและปกป้องสถานะทางการเงิน รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการขายสินทรัพย์บางรายการ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสู่ช่วงกลางวัฏจักรยังต้องใช้เวลานาน

กำไรที่ฟื้นตัวล่าช้า: ฟิทช์คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของ PTTGC จะปรับตัวดีขึ้นเป็น 2.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2569 หลังจากลดลงเหลือ 1.5 หมื่นล้านบาท ในปี 2568 (ปี 2567: 2.6 หมื่นล้านบาท) จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีกับวัตถุดิบที่อ่อนแอ ปริมาณขายที่ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุง และผลขาดทุนรวมถึงค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างของบริษัทลูก Vencorex จำนวน 5.4 พันล้านบาท การปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA น่าจะได้รับแรงหนุนจากการไม่มีรายการพิเศษ (one-off) ค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับเข้มแข็ง ต้นทุนก๊าซที่ลดลงภายใต้รูปแบบการกำหนดราคาที่ปรับปรุงใหม่ของ PTTGC และการลดต้นทุน โดยประมาณการ EBITDA ดังกล่าวรวมการประหยัดต้นทุน 2 พันล้านบาท เทียบกับเป้าหมายของ PTTGC ที่ 4 พันล้านบาท

ความเสี่ยงด้านการลดอัตราส่วนหนี้สิน: ฟิทช์คาดว่า EBITDA Net Leverage จะอยู่ที่ 4.4-5.7 เท่า ในปี 2569 และ 2570 และจะกลับมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 4.0 เท่า ได้อย่างเร็วที่สุดในปี 2571 ฟิทช์คาดว่าการลดอัตราส่วนหนี้สินจะได้รับการสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ปี 2570 กระแสเงินสดที่เป็นบวก และการลดหนี้จากการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ยังไม่ได้รวมการขายสินทรัพย์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดไว้ในกรณีฐานการจัดอันดับเครดิต บริษัทอาจจะถูกปรับลดอันดับเครดิต หากการลดอัตราส่วนหนี้สินดำเนินไปช้ากว่าที่ฟิทช์คาด หรือการขายสินทรัพย์ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน

ความพยายามในการลดหนี้สิน: PTTGC ได้ดำเนินแผนกลยุทธ์ในการลดหนี้สิน แม้ในสภาพแวดล้อมที่กำไรอ่อนแอ ผ่านการซื้อคืนหุ้นกู้ การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน การลดรายจ่ายจากการดำเนินงาน ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 8.5 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่ปี 2565 PTTGC ยังมีแผนที่จะขายสินทรัพย์ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาและดำเนินการ โดยบริษัทฯได้ประกาศแผนการขายสินทรัพย์รวม 3 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้ 9 พันล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2569 ฟิทช์ได้นำจำนวนดังกล่าวและหนี้สินเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องอีก 1 พันล้านบาท รวมไว้ในกรณีฐานการจัดอันดับเครดิต ส่วนการขายสินทรัพย์ที่อยู่ในแผน อาจช่วยให้อัตราส่วนหนี้สินปรับตัวดีขึ้นเร็วกว่ากรณีฐานของฟิทช์ โดยอาจทำให้อัตราส่วนหนี้สินลดลงเพิ่มอีกประมาณ 0.3-0.9 เท่า เมื่อเทียบกับกรณีฐานของฟิทช์

กระแสเงินสดที่เป็นบวก: ฟิทช์คาดว่า PTTGC จะมีกระแสเงินสดสุทธิ (FCF) เป็นบวกอย่างต่อเนื่องในปี 2569 และ 2570 ภายใต้สมมุติฐานว่าบริษัทฯสามารถบริหารเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนหรือการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง ฟิทช์ประเมินว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานจะอยู่ที่ 2.2 - 4.4 หมื่นล้านบาทต่อปี เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนที่คาดไว้ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาทในปี 2569 และ 1.9 หมื่นล้านบาทในปี 2570 PTTGC มีแผนนำกระแสเงินสดที่เหลือเพื่อไปใช้ในการลดหนี้สิน โดยสมมุติฐานของฟิทช์รวมถึงการรักษาระดับเงินสดขั้นต่ำมากกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท

แรงจูงใจในการให้การสนับสนุนจาก ปตท. : การปรับอันดับเครดิตขึ้นสองอันดับจากสถานะเครดิตโดยลำพังของ PTTGC สะท้อนถึงแรงจูงใจของบริษัทแม่ ซึ่งได้แก่ บมจ.ปตท. [PTT] (อันดับเครดิตที่ BBB+/ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ) ในการให้การสนับสนุนจากความสำคัญทางกลยุทธ์ (Strategic incentive) และความสำคัญทางด้านการดำเนินงาน (Operational incentive) แก่ PTTGC ในระดับปานกลาง ในการให้การสนับสนุนแก่ PTTGC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์และเป็นผู้รับซื้อวัตถุดิบรายใหญ่ ปตท. ได้ให้การขยายเทอมการชำระเงินสำหรับการซื้อน้ำมันวัตถุดิบของ PTTGC ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท โดยมีการใช้ไปแล้วประมาณ 5 หมื่นล้านบาท และฟิทช์คาดว่า PTTGC จะเบิกใช้วงเงินที่เหลือในปี 2569


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ