TFM ผงาดรับปี 69 ตั้งเป้าโต 10% ชูอาหารกุ้ง-ปลากะพงรุกตลาดไทย ปักธง New Growth Engine ในอินโดฯ-เอกวาดอร์

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday March 9, 2026 18:26 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ [TFM] ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 810% เดินหน้าขยาย Market Share โดยชูอาหารกุ้งและอาหารปลากะพงเป็น Growth Driver หลัก พร้อมต่อยอดนวัตกรรมและยกระดับการผลิตตามแนวคิด "Smart & Sustainable Farming" ควบคู่การขยายตลาดต่างประเทศ หลังปี 68 สร้างสถิติ New High ด้วยรายได้ 6,035 ล้านบาท กำไรสุทธิโต 36.9%

นางสาวปิยนุช มริตตนะพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน TFM เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 69 ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตประมาณ 8-10% จากปีก่อน โดยเดินหน้ากลยุทธ์ขยายส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะอาหารกุ้งและอาหารปลากะพง ซึ่งยังคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่มีศักยภาพในการเติบโตและสร้างอัตรากำไรที่ดีให้กับบริษัท รวมทั้ง การบริหารโครงสร้างผลิตภัณฑ์ (Product Mix) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 1820% และควบคุม สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายให้อยู่ในระดับ 8-10% พร้อมเติบโตไปกับเกษตรกรและอุตสาหกรรมสัตว์น้ำไทย ภายใต้แนวคิด "Smart & Sustainable Farming"

สำหรับกลยุทธ์สำคัญจะมุ่งขยายส่วนแบ่งตลาดอาหารกุ้ง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้มากกว่า 60% ของยอดขายรวม โดยภาพรวมผลผลิตกุ้งของประเทศไทยอยู่ในระดับประมาณ 250,000 ตันต่อปี ใกล้เคียงกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าตลาดยังมีโอกาสเติบโตจากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด การขยายฐานลูกค้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะช่วยยกระดับทั้งผลผลิตของเกษตรกรและเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างกำไรของบริษัท

ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจ อาหารปลากะพง ซึ่งปัจจุบัน TFM เป็น ผู้นำตลาดในประเทศไทย โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่องภายในปี 69 จากแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมปลากะพงในประเทศ ซึ่งมีผลผลิตรวมราว 50,000-60,000 ตันต่อปี รวมถึงการต่อยอดไปสู่ตลาด อาหารปลาน้ำจืดอื่น ๆ

ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ TFM เดินหน้าต่อยอด นวัตกรรมอาหารสัตว์น้ำ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ อาหารลูกกุ้ง 1S และ 2S ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงและอัตราการรอดของลูกกุ้ง ซึ่งได้รับรางวัล Outstanding Innovative Company Awards ปี 2568 สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท นอกจากนี้ ยังมีโครงการวิจัยและพัฒนาอื่นๆ ที่อยู่ใน pipeline เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

ด้านความยั่งยืน บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนากระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล โดยเป็นบริษัทแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรอง ASC Feed Standard พร้อมนำ พลังงานแสงอาทิตย์ มาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุนพลังงาน และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงนำรถยกไฟฟ้า (Electric Forklift) และ พลังงานชีวมวล (Biomass) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

สำหรับโครงสร้างตลาดของบริษัท ยอดขายยังคงมาจากตลาดในประเทศเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของรายได้รวม โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการอาหารกุ้งและอาหารปลาที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศไทย ขณะที่ตลาดต่างประเทศ บริษัทได้ปรับพอร์ตธุรกิจให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ใหม่ และมองว่าจะเป็น New Growth Engine ในระยะต่อไป โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการขยายเครือข่ายลูกค้าและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศที่เป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำสำคัญของโลก อาทิ อินโดนีเซีย รวมถึงการขยายธุรกิจสัตว์น้ำในประเทศเอกวาดอร์

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานปี 68 บริษัทสร้างสถิติสูงสุดใหม่ โดยมี รายได้จากการขายรวม 6,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ เติบโต 36.9% จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสัตว์น้ำและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นสู่ระดับประมาณ 22% ด้านฐานะทางการเงิน บริษัทมีความแข็งแกร่ง โดยมี อัตราหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) เพียงประมาณ 0.09 เท่า และมี อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) เพิ่มขึ้นสู่ระดับเกือบ 29%


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ