นายถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ [ONEE] กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจในปี 69 บริษัทจะขับเคลื่อนองค์กรผ่านกลยุทธ์ 4 เสาหลักเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
เริ่มจากเสาหลักแรก คือ การยกระดับคอนเทนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล ในการมุ่งพัฒนาคอนเทนต์ไทยให้มีดุลยภาพระหว่างความเป็นไทยและการสื่อสารในระดับโลก โดยเน้นคุณภาพการผลิตและบทละครที่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งสิ่งสำคัญคือการรักษาจุดขายของคอนเทนต์ไทย คือ ความเป็นไทยเอาไว้อย่างเข้มข้น เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในเวทีสากลควบคู่ไปกับมาตรฐานการผลิตที่ทั่วโลกยอมรับ ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการ Cash Rebate ของภาครัฐ รวมถึงการร่วมทุนกับพันธมิตรอย่าง BJC ในโมเดล Content Meets Commerce และการจับมือกับ Mediacorp สิงคโปร์ เพื่อพัฒนาซีรีส์ฟอร์มยักษ์ระดับภูมิภาคที่จะช่วยผลักดันคอนเทนต์ไทยให้ข้ามขีดจำกัดไปสู่เวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เสาหลักที่ 2 บริษัทมุ่งรุกตลาดแบบ Segmented Markets เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมเฉพาะกลุ่มอย่างลึกซึ้ง บริษัทได้นำกลยุทธ์ Segmented Storytelling มาใช้ในการพัฒนาคอนเทนต์ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม ได้แก่ Drama Mass, Drama Premium, ซีรีส์ Boy-Love (BL), Girl-Love (GL), รายการวาไรตี้, รายการข่าว, และคอนเสิร์ตและอีเวนต์ และคอนเทนต์จาก Micro Influencer โดยเน้นการสื่อสารแบบ 2-Way Communication ผ่าน Social Media เพื่อสร้าง Social Engagement ในระดับสูง กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยขยายฐานผู้รับชมให้กว้างขึ้น แต่ยังช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความชัดเจนและมีแรงสนับสนุน (Engagement) ที่เหนียวแน่นทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
เสาหลักที่ 3 คือการขยาย Idol Marketing Ecosystem แบบครบวงจร เราต่อยอดความนิยมของศิลปินและคอนเทนต์ไปสู่มูลค่าทางธุรกิจที่หลากหลาย โดยเชื่อมโยงศิลปิน มาสคอต (Mascot IP) แฟนคลับ และแบรนด์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น คอนเสิร์ตทั้งในและต่างประเทศ อีเวนต์พิเศษ Fan Meeting และสินค้าลิขสิทธิ์ (Merchandise) เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ทั้งในด้านลิขสิทธิ์สินค้าและการตลาดร่วมกับแบรนด์ เช่น การเป็น Brand Ambassador, Presenter, หรือ KOL เป็นต้น ทำให้แฟนคลับได้เชื่อมต่อกับศิลปินอย่างใกล้ชิดมากขึ้น โมเดลนี้จะช่วยให้เราสามารถเปลี่ยนความนิยมของศิลปินและคอนเทนต์ ให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจในหลายช่องทาง และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับบริษัทในระยะยาว
เสาหลักสุดท้ายที่เป็นหัวใจสำคัญคือการผลักดัน oneD Application ให้เป็น Digital Entertainment Hub ของคนไทย ที่สมบูรณ์แบบ โดยเราจะรวบรวมคอนเทนต์ทั้งหมดของกลุ่มบริษัทไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น GMMTV, Change2561, และ GMM Media เป็นต้น และสามารถเข้าดูได้จากทุกอุปกรณ์ ทั้ง Smart Phone, Tablet ทั้งค่าย iOS และ Android, คอมพิวเตอร์ รวมถึง TV Digital โดยปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานเติบโตถึง 83% และมียอดสมาชิกพรีเมียมพุ่งสูงขึ้นกว่า 93% ซึ่งบริษัทจะมุ่งสร้างรายได้ทั้งจากค่าสมาชิกและโฆษณา
ขณะเดียวกันยังพร้อมเปิดตัวซีรีส์ oneD Original 5 เรื่องในปีนี้ และฟีเจอร์ oneD SHORTS เพื่อนำเสนอคอนเทนต์ละครแนวตั้งที่สั้นกระชับตอบโจทย์เทรนด์การเสพสื่อยุคใหม่ และการผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรต่างๆ จะช่วยเร่งยอดสมาชิกและทำให้ oneD กลายเป็นแพลตฟอร์มความบันเทิงอันดับหนึ่งที่เชื่อมต่อคอนเทนต์ ศิลปิน และแฟนคอมมูนิตี้ทั่วโลกเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและมั่นคงของกลุ่มบริษัทในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายธุรกิจไปสู่โอกาสใหม่ๆ เช่น การลงทุนในช่องนางแมวป่า โดยนำคอนเทนต์จาก Online Platform มาฉายบน TV เพื่อเข้าถึงผู้ชมในกลุ่มที่หลากหลายมากขึ้น, การเข้าสู่ธุรกิจพัฒนา Mascot Artist และ Character IP ตัวใหม่ๆ เพื่อสร้างความหลากหลายและเปิดโอกาสในการทำแบรนด์ Partnership, การลงทุนใน Dance Academy เพื่อพัฒนาศิลปินรุ่นใหม่, และการเข้าสู่ธุรกิจ Gaming ด้วยโปรเจกต์ GMMTV Fanarium แพลตฟอร์มที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างแฟนคลับกับศิลปิน ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวภายในปีนี้ การขยายธุรกิจเหล่านี้จะช่วยสร้างแหล่งรายได้ใหม่และเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Ecosystem ของบริษัทในระยะยาว