นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส [FSMART] เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2569 ปีแห่งการต่อยอดศักยภาพองค์กรด้วย 3 กลุ่มธุรกิจหลักที่แข็งแกร่ง ได้แก่ ธุรกิจเติมเงินและรับชำระเงิน ธุรกิจการเงินครบวงจร (สินเชื่อ) และนวัตกรรมตู้อัตโนมัติ (Automatic Kiosks) โดยบริษัทจะเพิ่มบริการและขยายช่องทางการเพิ่มรายได้ที่จะช่วยผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยในปีนี้บริษัทวางงบลงทุนโดยรวมไว้ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท และตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมปีนี้ 8-10%
กลุ่มธุรกิจเติมเงินและรับชำระเงิน ปัจจุบันยังมีฐานลูกค้าประจำกว่า 14 ล้านเบอร์ มูลค่าการใช้งาน 1 ล้านครั้งต่อวัน มูลค่าการทำรายการผ่านตู้ในปี 2568 รวม 35,299 ล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทจะเพิ่มบริการใหม่ๆเพื่อเพิ่มยอดการใช้งาน โดยเฉพาะการจำหน่ายสลาก "กอช." ผ่าน "ตู้บุญเติม" ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยผลักดันยอดการทำรายการผ่านตู้ในปีนี้ได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน จะเพิ่มบริการฝากโอนเงินระหว่างประเทศ ผ่านตู้บุญเติมกว่า 116,415 ตู้ทั่วประเทศ และบุญเติมเคาน์เตอร์เซอร์วิสกว่า 3,800 จุด ครอบคลุมการให้บริการทุกพื้นที่ ช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มแรงงานต่างด้าวเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีการใช้งานกว่า 500,000 ราย นอกจากนี้ มีแผนเพิ่มการเป็นตัวแทนธนาคารเป็น 9 ธนาคาร จากปัจจุบันมีให้บริการอยู่ 8 ธนาคาร เพื่อเพิ่มความหลากหลายและความครอบคลุมของบริการให้มากขึ้น
สำหรับกลุ่มธุรกิจการเงินครบวงจร (สินเชื่อ) ในปีนี้ บริษัทวางแผนขยายพอร์ตสินเชื่อให้เติบโต 40% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,200 ล้านบาท ด้วยการเพิ่มลูกค้าองค์กร 1-2 กลุ่ม ที่มีฐานสมาชิกมากกว่า 500,000 ราย มาใช้บริการ "บุญเติม เงินพร้อมใช้" ให้มากขึ้น โดยจะเพิ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมขยายจุดให้บริการผ่านพันธมิตรมากกว่า 1,500 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงควบคุมอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 5% เพื่อความมีเสถียรภาพในการบริการจัดการ
ด้านธุรกิจนวัตกรรมตู้อัตโนมัติ (Automatic Kiosks) บริษัทเดินหน้าลงทุนในธุรกิจ GINKA Charge Point โดยตั้งเป้าขยายจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 1,000 จุดชาร์จภายในปี 2569 ทั้งระบบ AC ขนาด 7.2 กิโลวัตต์, 22 กิโลวัตต์ และระบบ DC ขนาด 40 กิโลวัตต์ ซึ่งเป็นโมเดลยอดนิยมในขณะนี้ พร้อมกันนี้ บริษัทยังพัฒนาระบบชำระเงินอัตโนมัติ และเติมเงินออนไลน์เพื่อใช้สำหรับตู้ GINKA Charge Point ในการเพิ่มความสะดวกสบาย รองรับการเติบโตของสังคมยานยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการความรวดเร็ว
ส่วนตู้เต่าบิน ที่บริหารโดยบริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด และ FSMART ถือหุ้น 26.71% นั้น ในปีนี้มีแผนเพิ่มจำนวนตู้เป็น 10,000 ตู้ จากปัจจุบัน 7,721 ตู้ โดยพัฒนาตู้ "เต่าบิน พรีเมียม" ด้วยการยกระดับเมนูพรีเมียม ที่สร้างความแตกต่างเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆให้กับลูกค้า รวมไปถึงเดินหน้าพัฒนาแคมเปญเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เต่าบินให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลขนาดใหญ่มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมนู การวางกลยุทธ์การตลาดรายทำเล และการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารตู้ในภาพรวม ซึ่งจะเพิ่มยอดซื้อซ้ำและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างดี
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมนำ "ตู้เต่าทอด" เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้นวัตกรรมตู้บริการอัตโนมัติรูปแบบใหม่ในไตรมาส 2 และยังมีแผนนำตู้จำหน่ายโซดา และตู้จำหน่ายน้ำแข็งอัตโนมัติ ออกสู่ตลาดเพื่อให้บริการต่อจากนั้นด้วย โดยทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบธุรกิจเครื่องดื่มของกลุ่มบริษัทอย่างครบวงจร