ADVANC ทุ่ม 3.5 หมื่นล้านสร้าง Intelligence Infrastructure ปั้น Virtual Bank ลุยเน็ตไฮสปีด-ดันลูกค้า 5G ทะลุ 20 ล้าน

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday March 13, 2026 16:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส [ADVANC] หรือ เอไอเอส เล็งเห็นโอกาสการเติบโตการใช้งาน 5G , อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband) หรือเน็ตบ้านมาก รวมไปถึงเทคโนโลยี AI ที่กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมสื่อสาร ให้มีปริมาณการใช้งานสูงขึ้น โดยเฉพาะการ upload เปลี่ยนจากที่เคยเน้นการ download

ADVANC ระบุว่าจากปัจจัยกระตุ้นเหล่านี้คาดหมายปริมาณการใช้งานของกลุ่มลูกค้าบุคคลเพิ่มขึ้น คาดว่าการใช้งาน Data ในปีนี้จะเติบโต 10-15% ยอดลูกค้า 5G ทะลุ 20 ล้านคน และรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) เติบโต 3-5% ส่วนลูกค้าองค์กร (B2B) จะทยอยเพิ่มการใช้งานมากขึ้น ขณะที่กลางปีนี้จะเปิด Digital Bank ที่จะมีแพลตฟอร์มการเงินที่เปิดให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ADVANC ยังจะผลักดันให้มีการใช้ Data Center และ Cloud เพิ่มขึ้น โดยจับมือ บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ [GULF] และ Singtel ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ เข้าลงทุน Data Center โดยปัจจุบันมี 3 แห่งรวม 200 เมกะวัตต์ เปิดใช้แล้ว 1 แห่งเมื่อปีที่แล้ว และ อีก 2 แห่งจะเปิดปี 70 รวมทั้งมีแนวโน้มจะสร้าง Data Center เพิ่มขึ้นอีก

นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ADVANC กล่าวว่า เอไอเอสเดินหน้าลงทุน intelligence infrastructure เพื่อรองรับกับดีมานด์การใช้ที่เติบโตต่อเนื่องได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งปีนี้มีงบลงทุน 3-3.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมองเห็นการเติบโตของปริมาณการใช้งานต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง 5G บนมือถือ ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 37% ของ Penetration ทั้งอุตสาหกรรม โดย 60%กว่าเป็น 4G

ทั้งนี้ ADVANC คาดว่าอัตราการการใช้งาน 5G จะสูงขึ้นไปถึง 70-80% ซึ่งขณะนี้ยังถือว่าไทยยังอยู่ช่วงต้นของการใช้ 5G คาดว่าจะมีการเติบโตตามธรรมชาติ ส่วนเน็ตบ้านปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ใช้งานเพียง 50% ของครัวเรือนทั้งหมด หรือ 11 ล้านครัวเรือน เราจึงเชื่อว่าเน็ตบ้านจะยังเติบโตต่อเนื่อง

ในปี 69 เอไอเอสคาดว่าการใช้งาน Data จะเติบโตจากแรงผลักดันของเทคโนโลยี AI ที่ทำให้การสื่อสารยิ่งเพิ่มความสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่แค่ใช้งาน Social Media หรือ download ไฟล์/ VDO แต่จะมีการใช้งาน Upload มากขึ้น มีการใช้ Chat GPT, Gemeni มากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ และเมื่อรวมกับการใช้งาน 5G มากขึ้น ก็จะทำให้ปริมาณการใช้งานสูงขึ้นไปอีกมาก

"ประเด็นหลักคือความต้องการใช้งานเติบโตต่อเนื่อง โดยที่บ้านเรายัง early 5G , early broadband และการเติบโตต่อเนื่องของ AI ทำให้ทั่วโลกมีความต้องการขยายโครงข่าย สร้าง Data Center และ Cloud ของโลก...เราจึงเห็นว่ามีดีมานด์การใช้งานเติบโตต่อเนื่อง ทั้งในแง่ User , Business, Global Company"

นายปรัธนา กล่าวว่า เอไอเอส จึงตั้งใจสร้างโครงสร้างพื้นฐานแบบ intelligence infrastructure ที่ประกอบด้วย โครงสร้างไร้สาย 5G ที่เป็น 5G Advance ,โครงข่ายที่มีสายรองรับเน็ตบ้าน, โครงสร้าง International Connectivity ที่เชื่อมต่อทั่วโลก อาทิเคเบิลใต้น้ำ, โครงสร้าง Data Center, โครงสร้าง Cloud ซึ่งทั้งหมดเป็น Digital Infrastructure และยังมี Platform ที่จะสร้างเพิ่มขึ้น ได้แก่ Entertainment Platform, Financial Platform รวมไปถึงการผลิต Content ต่างๆ ที่ร่วมมือกับพันธมิตร

สำหรับ Financial Platform (ซึ่งจะใช้ในการดำเนินธุรกิจ Virtual Bank) จะมาส่งเสริมบนโครงสร้างพื้นฐานที่เตรียมจะเปิดใช้ในเดือน มิ.ย.หรือ ก.ค.69 ขึ้นกับการอนุมัติของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งก็จะมาช่วยเพิ่มปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้น รวมทั้งจะร่วมกับผู้ผลิต Content ที่จะมีเข้ามาใน Eco system มากขึ้นที่หนุนให้มีการใช้งานมากขึ้น ซึ่งเอไอเอสจะได้รับเป็นส่วนแบ่งรายได้ที่บ้นทึกเป็นกำไรสุทธิ

นายปรัธนา กล่าวว่า ทั้ง intelligence infrastructure และ แพลตฟอร์ม เอไอเอสได้เตรียมการมาพอสมควร ราว 50-60% รองรับความต้องการทั้งในและต่างประเทศ โดยวงเงินลงทุนปีนี้อยู่ที่ 3-3.5 หมื่นล้านบาทลงทุนโครงข่าย 5G ไฟเบอร์ออพติก Data Center เอไอเอสจะลงทุนต่อเนื่องเพื่อรักษาคุณภาพการเติบโตของความต้องการใช้ รวมถึง ราคาบริการที่ลูกค้ารับได้ ทั้งนี้ งบลงทุนโครงข่ายของบริษัทจะมีจำนวนใกล้เคียงกับผลกำไรที่ได้ในแต่ละปี

นายปรัธนา กล่าวต่อว่า ในปี 69 เอไอเอสคาดว่าจำนวนลูกค้า 5G จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 20 ล้านรายเศษ จากปีก่อนอยู่ที่ 17 ล้านคน โดยเชื่อว่าจะมีลูกค้าย้ายจาก 4G มา 5G เพิ่มขึ้น และยังคงคาดรายได้ ARPU จะเพิ่มขึ้น 3-5% กำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย EBITDA เติบโต 2-4% ตามเป้าหมาย

ส่วนรายได้เน็ตบ้านคาดปีนี้โต 9% ที่คาดจะเพิ่มการใช้งานจาก 500 Mbps เป็น 1 Gbps มากขึ้น เพราะปัจจุบันแต่ละบ้านมีอุปกรณ์การใช้งาน (device) หลายเครื่อง และมีการใช้งานมากขึ้นด้วย

ด้านลูกค้า B2B ในไทยบางบริษัทเพิ่งเริ่มใช้ดิจิท้ล ขณะที่ทั่วโลกใช้ค่อนข้างมาก แต่ในไม่ช้าบริษัทต่างๆ ก็ต้องปรับเปลี่ยนมาใช้ดิจิทัลมากขึ้น การลงทุนไอทีอาจไม่มาก แต่จะย้ายไป Cloud / Software Service รวมถึงการใช้ AI เพื่อมาปรับโครงสร้างต้นทุนให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนรายได้ของลูกค้าองค์กร 10% คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการใช้ Cloud และ Data Center มากขึ้น

ปัจจุบัน เอไอเอสได้ลงทุนสร้าง Data Center 3 แห่ง ร่วมกับ GULF และ Singtel มีจำนวนรวม 200 เมกะวัตต์ โดยเปิดใช้แล้วเมื่อปีก่อน และจะเปิดใช้อีก 2 แห่งในปี 70 โดยหนึ่งแห่งเปิดครึ่งแรกของปี 70 อีกแห่งเปิดครึ่งหลังของปี 70 รวมทั้งมีแนวโน้มจะสร้าง Data center แห่งที่ 4 เนื่องจากประเทศไทยเป็นเป้าหมายการขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล มีความพร้อมทั้งที่ดิน ไฟฟ้า และน้ำ ซึ่งผู้ใช้บริการเป็นลูกค้าต่างประเทศทั้งหมด ที่มีความต้องการก่อนสร้าง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ