GFPT ลุยปั๊มยอดขายปี 69 โต 2-3% ฝ่าสงคราม-ค่าระวางกดดันมาร์จิ้น หวังโรงเชือดใหม่ปี 70 หนุนอนาคต

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday March 19, 2026 13:30 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวีระ ธิตยางกรุวงศ์ ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.จีเอฟพีที [GFPT] เปิดเผยทิศทางธุรกิจในปี 69 โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายในปี 69 ไว้ที่ 2-3% จากปี 68 ที่ทำยอดขาย 18,840.14 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่อาจกดดันต้นทุนพลังงานและกำลังซื้อทั่วโลก ซึ่งอาจกลายเป็น Downside ที่ทำให้รายได้เติบโตเพียงใกล้เคียงกับปีก่อน โดยปีนี้จะเน้นกลยุทธ์บริหารจัดการรายได้และรักษาอัตรากำไรให้สมดุล

แม้บริษัทจะไม่มีการส่งออกหรือนำเข้าสินค้าโดยตรงในพื้นที่ความขัดแย้ง แต่ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากราคาน้ำมันและค่าระวางเรือ (Freight) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทั้งนี้ บริษัทคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในปีนี้ไว้ที่ระดับ 15-16% ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 16.4%

สำหรับแผนการลงทุนในปี 69 บริษัทจัดงบลงทุน 1,000-1,200 ล้านบาท มุ่งเน้นการขยายฟาร์มไก่เนื้อและฟาร์มไก่พันธุ์ รวมถึงเดินหน้าก่อสร้างโรงเชือดไก่แห่งใหม่ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในปี 70 โดยโรงเชือดใหม่นี้จะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 150,000 ตัวต่อวัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนต่อหน่วย (Economy of Scale) ในระยะยาว ทั้งนี้บริษัทจะใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นหลักเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเงินกู้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

ในส่วนของปริมาณการส่งออกปี 69 คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ประมาณ 33,000 ตัน เนื่องจากตลาดหลักอย่างญี่ปุ่นยังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจและค่าเงินเยนอ่อนค่า ขณะที่ตลาดยุโรปได้รับผลกระทบจากค่า Freight ที่สูงขึ้น ทำให้คู่ค้าใช้ความระมัดระวังในการสั่งซื้อ

สำหรับต้นทุน อาทิ กากถั่วเหลืองและข้าวโพด คาดจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน แม้ปัจจุบันเริ่มเห็นแนวโน้มราคากากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ข้าวโพดราคาปัจจุบันลดลงมาเล็กน้อย ทำให้ภาพรวมต้นทุนทั้งปีเฉลี่ยอาจไม่ได้ลดลงเท่ากับปีที่แล้ว แต่ถ้าเปรียบเทียบกับปี 67 หรือก่อนหน้านั้น ยังหนุนอัตรากำไรได้ค่อนข้างดีอยู่

ด้านราคาขายไก่เป็นในปี 68 ค่อนข้างทรงตัวจากปี 67 ที่ 39-40 บาท และราคาปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นมาบ้าง ล่าสุดอยู่ที่ 42-43 บาท เช่นเดียวกับราคาลูกไก่ที่ยังทรงตัวในระดับค่อนข้างดี ดังนั้นภาพรวมผลประกอบการปี 69 ด้วยราคาต้นทุนวัตถุดิบที่อาจปรับขึ้นมาบ้าง แต่ราคาขายก็ปรับขึ้นเช่นกัน ขณะที่ราคาส่งออกค่อนข้างทรงตัว

บริษัทประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/69 มีทิศทางชะลอตัวลงทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากเป็นช่วง Low Season และเริ่มรับรู้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่ ไตรมาส 2/69 และจะเข้าสู่ช่วงสูงสุด (Peak Season) ของปีในไตรมาส 3/69 โดยยังต้องติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ