ปปง.ผนึก Binance ปิดจุดบอดอาชญากรรมไซเบอร์ ชูระบบ Trace ติดตามเส้นทางเงินคริปโททั่วโลก

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday March 19, 2026 13:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ปปง.ผนึก Binance ปิดจุดบอดอาชญากรรมไซเบอร์ ชูระบบ Trace ติดตามเส้นทางเงินคริปโททั่วโลก

ไบแนนซ์ (Binance) เข้าร่วมเวิร์คช้อป "Trace, Track, Takedown: Online Scam Network" จัดโดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แชร์เทคนิคการสืบสวนและข้อมูลเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีการที่การวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนสามารถสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการติดตามเงินทุนที่ผิดกฎหมายและขัดขวางเครือข่ายการหลอกลวงออนไลน์ ที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้น ทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย

ปัจจุบัน สถานการณ์ออนไลน์ สแกม (Online Scams) มีการขยายและมีหลากหลายรูปแบบ อาทิ การหลอกลวงทางออนไลน์ ใช้อีเมล เว็บไซต์ และข้อความที่หลอกลวงเพื่อขโมยเงินหรือข้อมูลส่วนบุคคล โดยมักแอบอ้างเป็นแบรนด์หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ การหลอกลวงด้านการลงทุนและสกุลเงินดิจิทัลเกี่ยวข้องกับโอกาสผลตอบแทนที่สูงเกินความเป็นจริงที่ออกแบบมาเพื่อขโมยเงิน โดยมักใช้กลอุบายหลอกลวง (ใช้เวลาหลอกให้ตายใจ) แพลตฟอร์มการซื้อขายปลอม หรือการแอบอ้างตัวตน ผู้หลอกลวงใช้โซเชียลมีเดีย แอปหาคู่ และ AI เพื่อสัญญาว่าจะได้กำไรแน่นอน แต่สุดท้ายเหยื่อจะสูญเสียทั้งหมด

ปปง.ผนึก Binance ปิดจุดบอดอาชญากรรมไซเบอร์ ชูระบบ Trace ติดตามเส้นทางเงินคริปโททั่วโลก

นายพีรธร วิมลโลหการ รักษาการที่ปรึกษาด้านกฎหมายและพัฒนามาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปปง. กล่าวว่า วิวัฒนาการของงานป้องปรามและปราบปรามออนไลน์ สแกม และสแกมเมอร์ ต้องขับเคลื่อนด้วยความทันสมัย ก้าวทันนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงพันธมิตรทั่วโลก เพราะสแกมเมอร์ใช้ความชำนาญเฉพาะอุตสาหกรรมบนพื้นฐานนวัตกรรมดิจิทัล การได้รับความร่วมมือจาก Binance ในฐานะแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ทักษะและความรู้ที่ทันต่อสถานการณ์ในการจัดการกับการสืบสวนที่เกี่ยวข้องกับคริปโตจะช่วยให้การทำงานของ ปปง. เท่าทันสถานการณ์

นายอัคบาร์ อัคตาร์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไบแนนซ์ กล่าวว่า อาชญากรรมทางการเงินในปัจจุบันได้เปลี่ยนผ่านจากระบบเดิมที่พึ่งพาเงินสดและเครือข่ายธนาคารที่ใช้เวลาดำเนินการ ไปสู่การฟอกเงินยุคดิจิทัลที่มีความเร็วสูงระดับนาทีและสามารถโยกเงินข้ามประเทศผ่านหลายเครือข่ายบล็อกเชนได้พร้อมกัน โดยใช้บัญชีนับพันในการกระจายเงินเพื่อพรางตัว แม้เทคโนโลยีบล็อกเชนจะมีความโปร่งใสสูง แต่ก็ยังเผชิญความท้าทายในการระบุตัวตนผู้ควบคุมกระเป๋าเงินดิจิทัลที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก ส่งผลให้การสืบสวนในยุคนี้ไม่สามารถพึ่งพาเพียงกลไกภายในประเทศได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องอาศัยการประสานงานข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่องระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (VASPs) เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนและไร้ขีดจำกัดด้านพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรม เวิร์คช้อป "Trace, Track, Takedown" ที่ ปปง. จัดขึ้นนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก UNODC, OAG, RTP, DSI และหน่วยงานเอเจนซีต่างชาติ เข้าร่วมแชร์ประสบการณ์ ทักษะและหารือเพื่อสร้างขีดความสามารถของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอย่างมีคุณภาพที่สุด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ