Webull กางหลักฐานโต้ ยันสกัดบัญชีม้า-ฟอกเงิน ยก AI คุมเข้มมาตรฐาน พร้อมปั๊ม AUM เข้าเป้า 4 หมื่นล้าน

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday March 19, 2026 17:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

Webull กางหลักฐานโต้ ยันสกัดบัญชีม้า-ฟอกเงิน ยก AI คุมเข้มมาตรฐาน พร้อมปั๊ม AUM เข้าเป้า 4 หมื่นล้าน

บล.วีบูลล์ (ประเทศไทย) หรือ "Webull Thailand" ในเครือของ Webull Corporation (NASDAQ: BULL) ชี้แจงภายหลังมีรายงานข่าวว่ากลุ่มคอลเซ็นเตอร์ที่ถูกตำรวจจับกุมสารภาพว่าใช้แอปฯ Webull เป็นทางผ่านฟอกเงิน โดยการโอนเงินที่หลอกลวงเข้าพอร์ตแล้วสั่งถอนออกทันทีโดยไม่มีการซื้อขายหุ้นจริง

นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.วีบูลล์ (ประเทศไทย) ระบุว่า ได้ชี้แจงข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว และขอยืนยันว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบบัญชีลูกค้าเพื่อป้องกันการใช้เป็นบัญชีม้า และเพิ่มระบบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

สำหรับประเด็นบัญชีม้า บริษัทยอมรับว่าเมื่อปลายปี 68 พบ 40-50 ราย จากฐานบัญชีเทรดทั้งหมดกว่า 200,000 ราย ถือว่าน้อยมาก ซึ่งบริษัทได้กำจัดบัญชีเหล่านี้ออกไปแล้วตั้งแต่ปีก่อน โดยพฤติกรรมของบัญชีม้าที่ตรวจพบมักจะมีการฝากเงินเข้ามาด้วยความถี่ผิดปกติ หรือมีการทดสอบฝากเงินยอดเล็กก่อนจะทำธุรกรรมถอนเงินยอดใหญ่ ซึ่งระบบ Internal Scoring Model ที่พัฒนาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจจับพฤติกรรมต้องสงสัยเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเสนอว่าควรมีข้อมูลกลางเกี่ยวกับบัญชีม้า เหมือนเครดิตบูโร เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์ตรวจสอบบัญชีต้องสงสัยได้ง่ายขึ้น

นายชล้เดช ยืนยันว่าบริษัท 1.ไม่มีนโยบายรับฝากเงินสดจากลูกค้า และมีการตรวจสอบความสอดคล้องของบัญชีผู้โอน และบัญชีลูกค้า ก่อนทำธุรกรรม 2.กระบวนการยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC) เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดทุกประการ และ 3.การให้ดอกเบี้ยสำหรับเงินที่พักรอการลงทุนในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นแนวปฏิบัติปกติของธุรกิจหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. โดยบริษัทฯ มีการเก็บรักษาเงินของลูกค้าไว้ในบัญชีธนาคารพาร์ตเนอร์ระดับโลก ซึ่งระบุชัดเจนว่าเป็นบัญชีเพื่อลูกค้า

ทั้งนี้ Webull Thailand มีความร่วมมือกับธนาคารพาร์ทเนอร์ระดับโลกในการวางระบบจัดการเงิน เมื่อพบพฤติกรรมต้องสงสัยจากผู้ใช้งาน เช่น ฝากเงินเข้ามาแล้วไม่ทำการซื้อขาย แต่กลับทำรายการถอนออกทันที เป็นต้น บริษัทได้ประสานงานกับตำรวจและแจ้งมาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเมื่อช่วงปลายปี 68 และปัจจุบันได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เข้มงวดกว่าเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อคุ้มครองนักลงทุนและระบบตลาดทุนไทย และไม่พบปัญหาหรือพฤติกรรมดังกล่าวอีก โดยบริษัทมีหน้าที่ในการรายงานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ สำนักงาน ก.ล.ต.

นอกจากนั้น Webull ยังร่วมกับธนาคารพาร์ตเนอร์พัฒนาระบบตรวจสอบเชิงรุกเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบชื่อหรือหมายเลขบัตรประชาชนของเจ้าของบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งขาเข้าและขาออกว่าตรงกับเจ้าของบัญชีเงินฝากต้นทางหรือไม่ หากพบว่าไม่ตรงกันระบบจะปฏิเสธรายการดังกล่าวทันที ไม่ยินยอมให้ทำธุรกรรม รวมถึงตรวจสอบรายชื่อผ่านฐานข้อมูล Blacklist และระบบ World-Check (Refinitiv) อีกทั้งนำระบบ AI ตรวจสอบพฤติกรรมน่าสงสัย โดยระบบจะระงับธุรกรรมนั้นไว้ชั่วคราวเพื่อรอการตรวจสอบ ขณะเดียวกัน ระบบ KYC ของบริษัทฯ มีความเข้มงวดและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ มีอัตราการปฏิเสธลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โปรไฟล์การเงินที่ไม่สัมพันธ์กับที่มาของรายได้ เป็นต้น

Webull Thailand ยืนยันมาตรป้องกันเข้มงวด ดังนี้:

1. ระบบฝากเงิน: "ไร้ช่องโหว่เงินสด-เช็กชื่อตรงกัน 100%"

- การฝากเงินผ่าน Dynamic QR Code ซึ่งพัฒนาพิเศษร่วมกับธนาคารพาร์ทเนอร์ระดับโลกในการตรวจสอบเจ้าของบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่ Webull ตรงกับเจ้าของบัญชีเงินฝากต้นทางหรือไม่ โดยลูกค้าสามารถใช้ Mobile Banking App จากธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการ ในการ Scan QR Code เพื่อฝากเงิน เข้าบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ได้ครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาท

- ผูกบัญชีผ่านระบบ FinNet ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยบริษัทจะส่งคำขอไปยังธนาคารของลูกค้าเพื่อให้ลูกค้ายืนยันผ่าน Mobile Banking App ด้วยตนเอง

2. ระบบถอนเงิน: "ปลอดภัยก่อนรวดเร็ว" ทุกการถอนเงินของลูกค้าระบบของบริษัทจะตรวจสอบรายการว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัยหรือไม่ โดยประเมินค่าความเสี่ยงจากพฤติกรรมของลูกค้าผ่าน Internal Scoring Model หากเข้าข่ายผิดปกติระบบจะระงับการถอนเงินของรายการดังกล่าวทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อลูกค้าและทำการตรวจสอบตัวตน ตลอดจนที่มาของเงินทุนและวัตถุประสงค์ของการทำธุรกรรม

Internal Scoring Model จะตรวจสอบพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายน่าสงสัย เช่น ความถี่ในการทำรายการ วงจำเงิน ความสอดคล้องของธุรกรรมเมื่อเทียบกับพฤติกรรมการลงทุนจริง เป็นต้น หากตรวจพบรายการผิดปกติและน่าสงสัย บริษัทจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าหรือไม่ และหากสงสัยว่าอาจเข้าข่ายฟอกเงิน จะระงับการถอนเงินทันที พร้อมทั้งรายงานฝ่าย Compliance เพื่อนำเสนอคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยต่อสำนักงาน ปปง.ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

นอกจากนั้น ก่อนการถอนเงินครั้งแรกของลูกค้าทุกราย ต้องผูกบัญชีแสดงหลักฐานสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร ส่วนบัญชีธนาคารแบบไม่มีสมุด ชื่อเจ้าของบัญชีต้องตรงกัน พร้อมใช้ระบบการตรวจสอบแบบอัตโนมัติผ่านช่องทางบริการของธนาคารพาร์ทเนอร์เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลก่อนอนุมัติการผูกบัญชี

"การเบิกถอนผ่านแอปวีบูลล์สามารถถอน Realtime แต่บริษัทก็มีระบบตรวจสอบและวัดคะแนนพฤติกรรมต้องสงสัย โดยต้องมีคะแนนความเสี่ยงเป็นศูนย์ จึงจะถอนเงินได้ ดังนั้น ลูกค้าบางรายที่เข้าข่ายอาจจะล่าช้าเป็นหลักนาที แต่บัญชีหลักทรัพย์ไม่ใช่บัญชีธนาคารจึงไม่จำเป็นต้องมีความเร่งด่วนถอนเงินออกมา"

บริษัทกำหนดวงเงินเริ่มต้นสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าไว้ที่ 500,000 บาท หากต้องการเพิ่มก็ต้องแสดงหลักฐานทางการเงินตามเกณฑ์ และมีระบบตรวจสอบความสอดคล้องกับสถานะทางการเงิน หากพบความผิดปกติก็จะตรวจสอบเชิงลึก (EDD: Enhanced Due Diligence) ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากลูกค้า เช่น อาชีพ แหล่งที่มารายได้ รายการเดินบัญชีย้อนหลัง และเอกสารประกอบ เป็นต้น ในกรณีที่ข้อมูลยังน่าสงสัยหรือไม่สอดคล้องกันก็จะนำเสนอคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อรายงานต่อสำนักงาน ปปง.

นายชลเดช กล่าวว่า บริษัทแยกเงินของลูกค้าไว้ใน"บัญชีเงินฝากเพื่อลูกค้า" ไม่ปะปนกับบัญชีเงินฝากของบริษัท โดยฝากไว้กับธนาคารที่มีความน่าเชื่อถือระดับโลก ดอกเบี้ย 3.50% ดังนั้น ดอกเบี้ยที่บริษัทจ่ายให้กับลูกค้าจึงไม่เกินกว่านั้น เป็นการปฏิบัติตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. นอกจากนี้ การจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินที่ยังไม่ได้นำไปลงทุนถือเป็นการดำเนินธุรกิจโดยปกติของบริษัทหลักทรัพย์

พร้อมยืนยันว่า บล.วีบูลล์ ไม่ใช่ธุรกิจสัญชาติจีน แต่มีสำนักใหญ่อยู่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานในสหรัฐฯ โดยมีกรรมการ 6 คน เป็นชาวอเมริกัน 5 คนและ 1 คนเป็นชาวจีน ทั้งนี้ Webull ขยายไป 14 ประเทศ ซึ่ง บล.วีบูลล์เปิดตัวในประเทศไทยมาเกือบ 2 ปีแล้ว โดยเป้าหมายในปีนี้คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์นักลงทุนไทย

*ปี 69 วางเป้า AUM 4  หมื่นล้านบาท เตรียมรับ TISA

นายชลเดช กล่าวว่า ในปี 69 บริษัทตั้งเป้าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ที่ 4 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่มี AUM ทะลุเป้าหมาย 1 หมื่นล้านบาท ปัจจัยหนุนจาก 1. ลูกค้ารายย่อยเติบโตต่อเนื่อง 2.เพิ่มกลุ่มลูกค้า High Net Worth หรือ "Webull Prime" สินทรัพย์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ช่วยเพิ่ม AUM ได้เร็วกว่ากลุ่มอื่น

3. กลุ่มลูกค้าสถาบัน ทั้งไทย สหรัฐ ฮ่องกง สิงคโปร์ โดยบริษัทหลักทรัพย์ในไทยที่ออก DR ก็สามารถซื้อหุ้นต่างประเทศผ่านวีบูลล์ได้ 4.การร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เพื่อร่วมพัฒนาแอปพลิเคชันของพาร์เทนอร์ให้สามารถเทรดในต่างประเทศได้โดยตรง ซึ่งคาดว่าปีนี้จะเปิดตัวอย่างน้อย 2 ราย

บล.วีบูลล์ ยังอยู่ระหว่างพัฒนาระบบเพื่อรองรับบัญชี TISA ที่จะสามารถหักลดหย่อนภาษีได้เพื่อสนับสนุนนโยบายภาคัฐในการออมระยะยาว ในไตรมาส 3/69 มีแผนเปิดให้บริการกองทุนรวมเพิ่มด้วย

ส่วนมุมมองตลาดหุ้นไทย นายชลเดช กล่าววา หุ้นไทยยังมีความน่าสนใจสำหรับกลุ่มหุ้นปันผล เช่น กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ กลุ่ม TELCO เนื่องจากหาหุ้นที่มีอัตราปันผลสูงกว่า 5% P/E ไม่เกิน 15 เท่า มาร์เก็นแคปไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาทได้ง่ายเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นต่างประเทศ

ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลต่อกำไรสุทธิ (Dividend Payout Ratio) ในระดับไม่เกิน 75% เพราะหากสูงกว่านี้อาจสะท้อนถึงโอกาสในการเติบโตเพื่อขยายธุรกิจในอนาคตที่ลดน้อยลง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ