นายเอกพล สกุลพลไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบัญชีและการเงิน บมจ.เน็กซ์ พอยท์ [NEX] เปิดเผยว่า ในปี 69 คาดผลประกอบการเติบโตจากปี 68 อย่างมีนัยสำคัญ จากการขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีอยู่ในสต็อก และการทำแพ็คเกจราคาที่แข่งขันได้กับกลุ่มรถใช้น้ำมัน
รวมทั้งการนำเข้ารถใหม่จากต่างประเทศเข้ามาขาย เช่น รถตู้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Cargo Van) ซึ่งปลายปีที่ผ่านมาในงาน Motor Show ได้รับการตอบรับที่ดี โดยคาดว่าจะรับรู้ยอดขายรถใหม่ตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นไป ทั้งนี้ คาดยอดขายรถจะเติบโตจากปี 68 ที่มียอดขายรถไฟฟ้าราว 200 คัน
ส่วนดีลนครชัยแอร์ที่ NEX รับเป็นผู้ประกอบรถเมล์ EV ให้นั้น เซ็นสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดหวังว่าในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าจะมีความชัดเจน
ขณะที่ความคืบหน้าการเข้าลงทุนในบริษัท ไทยอีวี จำกัด (Thai EV) อยู่ระหว่างรออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (AGM) ทั้งนี้ ไทยอีวี มีความชำนาญด้านรถไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก อาทิ รถบรรทุก 6 ล้อ รถบรรทุก 10 ล้อ รวมทั้งมีเครือข่ายผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ซึ่งจะเข้ามาช่วยสนับสุนนการขายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของบริษัททั้งรถใหม่และรถที่อยู่ในสต็อก หนุนผลประกอบการเติบโตได้ตามความคาดหวัง
บริษัทมั่นใจว่าปีนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการ CBAM ในยุโรปที่จะเริ่มเก็บภาษีคาร์บอนอย่างจริงจัง ผู้ส่งออกไทยที่ส่งออกสินค้าไปยังประเทศปลายทางหากไม่ได้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าก็จะเสี่ยงถูกเก็บภาษีมากขึ้น ทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนลดลง อีกปัจจัยหนุนสำคัญคือนโยบาย NDC 3.0 ของไทยที่เลื่อนเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอน NET Zero เร็วขึ้น นอกจากนี้ภาษีสรรสามิตรถยนต์น้ำมันที่ปรับโครงสร้างอัตราเก็บภาษี ตามการปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอน เป็นตัวเร่งการใช้รถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของบริษัท