นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ส่วนงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มบริษัท บมจ.ไวส์ โลจิสติกส์ [WICE] เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจช่วงไตรมาส 2/69 ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในภูมิภาคเอเชียที่ยังได้รับแรงหนุนจากการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขยายตัวของภาคการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกที่มีความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ธุรกิจบริการขนส่งข้ามพรมแดน (Cross-border Service) มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากความต้องการขนส่งสินค้าในหลายกลุ่ม อาทิ สินค้าเกษตรและอาหารสด ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการขนส่งตู้ควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Service) เพิ่มสูงขึ้น โดยบริษัทฯ ได้เตรียมแผนบริหารเที่ยวขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า คาดว่าจำนวนเที่ยวขนส่งจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20%
อีกทั้ง ธุรกิจซัพพลายเชนโซลูชัน มีแนวโน้มเติบโตสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ อิเล็กทรอนิกส์, เซมิคอนดักเตอร์, อีคอมเมิร์ซ, เวชภัณฑ์ และ สินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไรของบริษัทให้อยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินค้าหลักของการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาค
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าตามแผนขยายเส้นทางขนส่ง และพัฒนาบริการขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Service) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและบริษัทในเครือ เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งให้ครอบคลุมทั่วภูมิภาคมากยิ่งขึ้น รองรับความต้องการที่หลากหลาย และสนับสนุนการย้ายฐานการผลิตของบริษัทข้ามชาติ (MNCs) ที่เข้ามาลงทุน ทั้งในส่วนของการขนส่งทางทะเลและทางอากาศ
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีการพัฒนากลยุทธ์ด้านการบริหารต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ผ่านการทำงานร่วมกันของเครือข่ายพันธมิตร และการใช้เทคโนโลยี เช่น การติดตามสถานะการขนส่งแบบ Real-time เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว พร้อมรับมือกับปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก, อัตราค่าระวางขนส่ง ราคาน้ำมัน และ อัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งบริษัทฯ มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด
"ทิศทางการเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป จะมุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งผ่านความร่วมมือภายในเครือข่ายธุรกิจของกลุ่มบริษัท เพื่อขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น พร้อมพัฒนาศักยภาพบริการโลจิสติกส์ครบวงจร ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทฯ ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตามหลัก ESG (Environmental, Social and Governance) เพื่อให้รายได้ปีนี้เติบโตตามเป้าหมาย 15%" นายชูเดช กล่าวด้านผลประกอบการปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการ 4,656 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% และ มีกำไรสุทธิ 122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากการขยายตัวของธุรกิจขนส่งข้ามพรมแดน (Cross Border Services) และการให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) สอดคล้องกับความต้องการขนส่งของลูกค้าในอุตสาหกรรมที่เติบโตสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และ สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงปริมาณงานในมือ (Backlog) ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายบริการคลังสินค้าและโซลูชันด้านซัพพลายเชนครบวงจร