นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา [CPN] กล่าวว่า บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผน 5 ปี มูลค่า 1.1 แสนล้านบาท (ปี 69-73) และคาดว่าจะมีโครงการมิกซ์ยูสเพิ่มขึ้นเป็น 33 โครงการภายในปี 73 จากสิ้นปี 69 มีโครงการมิกซ์ยูสทั้งหมด 29 โครงการ โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ทั้งได้มีส่วนสร้างงานและกระจายรายได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำรวมกว่า 1.5 ล้านตำแหน่ง และเดินหน้าสู่ Net Zero 2050 ตามแผนที่ได้ประกาศไว้

สำหรับรายได้ในปี 69 จะเติบโตในระดับ High Single Digit จากการที่บริษัทจะมีศูนย์การค้าใหม่เปิดให้บริการในปีนี้ เช่น โครงการ Central Northville, เซ็นทรัลขอนแก่นแคมปัส และการปรับปรุงเซ็นทรัล บางนา ที่ยกระดับศักยภาพของพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า ทำให้ดึงดูดผู้เช่าเข้ามามากขึ้น ประกอบกับการที่จะมีโรงแรมใหม่ในเครือของเซ็นทรัลพัฒนาเปิดให้บริการเพิ่มเติมในปีนี้ เป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนต่อการเติบโตรายได้ของบริษัทในปีนี้
ขณะที่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มี.ค. 69) ปริมาณของผู้ใช้บริการภายในศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนายังคงอยู่ในระดับที่สูงต่อเนื่อง จากการที่เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ และตรุษจีน ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามามาก หนุนต่อปริมาณผู้ใช้บริการที่เข้ามาศูนย์การค้าของบริษัท ซึ่งมี Traffic อยู่ที่ราว 510 ล้านคน/วัน เมื่อรวมทุกศูนย์การค้า แต่ปัจจุบันบริษัทก็ยังคงติดตามสถานการณ์ที่อาจจะมีผลกระทบบ้างต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอไป หลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง แต่มองว่าจะไม่มีผลกระทบมากต่อปริมาณผู้ใช้บริการของบริษัท

นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณานำสินทรัพย์ขายเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท [CPNREIT] ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการดูความเป็นไปได้ของโครงการที่มีศักยภาพเข้ากองรีทดังกล่าว เพื่อนำเงินมาต่อยอดในการพัฒนาโครงการใหม่ จากที่บริษัทวางแผนงบลงทุน 5 ปี ไว้ที่ 1.1 แสนล้านบาท โดยจะแบ่งใช้เฉลี่ยกว่า 2 หมื่นล้านบาท/ปี
นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล President, Retail and Development CPN กล่าวว่า บริษัทได้พัฒนาศูนย์การค้าให้เป็น Centre of Life ของทุกชุมชน โดยมองอนาคตให้ใกล้กว่าเดิมเพื่อเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสของเราระดับ Mega-scale Urban Transformation Projects จึงเป็นการสร้าง "เมืองคุณภาพชีวิตที่ดี" สร้าง A Future-Led Ecosystem และพร้อมประกาศ Landmark Masterplans เพื่อยกระดับการพัฒนาเมือง ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ และประเทศไทยสู่ระดับโลก
สำหรับการพัฒนบโครงการมิกซ์ยูสใหม่ บริษัทวางแผนลงทุนเมกะโปรเจกต์ "เมืองแห่งอนาคต" พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตอนเหนือครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ด้วยแนวคิด The Future Vision of Urban Living กับโครงการใหม่ย่านรังสิต ซึ่งเป็น Mega Project ที่ใหญ่ที่สุดของเซ็นทรัลพัฒนาและกลุ่มเซ็นทรัลโดยตั้งอยู่บนที่ดินขนาดใหญ่ 750 ไร่ ติดถนนพหลโยธิน, ทางด่วน โทลล์เวย์และมอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน-โคราช) และใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง (รังสิต-ธรรมศาสตร์) ใกล้สถานศึกษาใหญ่(ม.ธรรมศาสตร์, ม.กรุงเทพ, และม.รังสิต) โดยโครงการมีเป้าหมายยกระดับทั้งคุณภาพชีวิตและนิยามใหม่ของเมืองแห่งอนาคต พัฒนาจากการศึกษาเมืองน่าอยู่ทั่วโลก Global Livable Cities จึงออกแบบตามหลัก Livable Urban Design
ขณะเดียวกันเดินหน้าพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส Central GR9 (เซ็นทรัล จีอาร์ไนน์) - The Future District ยกระดับศักยภาพย่านพระราม 9 สู่ Well-Established CBD แห่งอนาคต โดยชื่อ Central GR9 ได้ถูกตั้งเป็นชื่อย่านทั้งหมดบนที่ดิน 73 ไร่ มีพื้นที่ทั้งโครงการรวม (GBA) 1.1 ล้าน ตารางเมตร ซึ่งประกอบด้วยศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9, และอาคารออฟฟิศ 3 อาคาร ได้แก่ G Tower, R House (ตึก Unilever House เดิม) และ The Ninth Towerโดยมีเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางของธุรกิจ การใช้ชีวิต และโอกาสทางเศรษฐกิจ
โดยในเฟสแรกจะพลิกโฉมเซ็นทรัล พระราม 9 และขยายพื้นที่รีเทล โดยมีกำหนดทยอยเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 71 และในเฟสต่อๆไปมีแผนพัฒนา Residence และองค์ประกอบอื่น เพื่อผลักดันย่านพระราม 9 เป็น The Future District ที่ผสานทุกมิติของชีวิตเมืองอย่างสมบูรณ์แบบ และผนึกกำลังสร้างย่านครั้งยิ่งใหญ่ "The Central District" เชื่อมลาดพร้าว-พหลโยธิน เตรียมพลิกโฉม "Central Ladprao" ควบคู่กับการพัฒนา "The Central" พหลโยธิน เพื่อยกระดับทั้งย่านให้เป็น Ecosystem เดียวกัน พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเมื่อนับรวมทั้งสองโครงการรวมกันจะมีขนาดที่ดิน 96 ไร่และพื้นที่รวม (GBA) 770,000 ตารางเมตร เกือบเท่าเซ็นทรัลเวิลด์ ขณะที่ "The Central" - The Flagship of the Future จะเป็นรีเทลที่รวม Flagship Store และ New Retail Experience ที่ใหญ่และใหม่ที่สุดในกรุงเทพฯ ส่วน "Central Ladparo" จะต่อยอดจากฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่แข็งแกร่ง
สำหรับโครงการมิกซ์ยูสที่เตรียมเปิดให้บริการในปี 69 ได้แก่ Central Northville (เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์) ได้รับการพัฒนาใหม่จากศูนย์การค้าเดิมสู่มิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดใจกลางนนทบุรี บนที่ดิน 59 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 210,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยศูนย์การค้าและคอนโด PHYLL โดยนำแนวคิด Biophilic Design ผสานธรรมชาติเข้ากับพื้นที่สร้างบรรยากาศแบบ Outdoor-in-Indoor ที่เป็นแห่งแรกในประเทศไทยสำหรับทุกเจเนอเรชัน โดยศูนย์การค้าเตรียมเปิดให้บริการในเดือน ก.ค. 69 และโครงการมิกซ์ยูสในจังหวัดขอนแก่น ด้วยโครงการมิกซ์ยูส Central Khonkaen Campus (เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส) บนพื้นที่ 30 ไร่ ขนาดพื้นที่รวม (GBA) 62,000 ตร.ม. ประกอบด้วยศูนย์การค้า, คอนโด PHYLL สูง 33 ชั้น, และ GO! Hotel แห่งแรกของภาคอีสาน ตั้งอยู่บนทำเลใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จึงตั้งใจออกแบบให้เป็นพื้นที่ของทุกคน ด้วยบรรยากาศการตกแต่งที่มีพื้นที่สวนในอาคาร (Indoor Garden) แห่งแรกของจังหวัด และสร้างพื้นที่ Intellectual Exchange และ Creative Community สำหรับคนรุ่นใหม่ ในส่วนศูนย์การค้าเตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 20 พ.ค. 69
นอกจากนี้เตรียมพบกับ The New "Central Bangna"โครงการมิกซ์ยูสบนที่ดิน 50 ไร่ พื้นที่รวม 300,000 ตารางเมตร (GBA) ที่ผสาน Retail, Office และ Residence เข้าด้วยกัน พร้อมต่อยอดจากคอนโด ESCENT Bangna สู่แผนพัฒนาที่อยู่อาศัยติดศูนย์การค้าเพิ่มเติม ทั้งนี้ข้อมูล The 1 ชี้ว่า Central Bangna ติด Top 5 ของศูนย์การค้าที่มีลูกค้า Wealthy Family สูงกว่า 85% มี Spending Power ในแบรนด์ระดับ Luxury พร้อมทั้งมี Loyalty และการกลับมาใช้บริการต่อเนื่องแม้อยู่ในช่วงปรับโฉม สะท้อนศักยภาพในการคัดสรร Tenant Mix ใหม่ทั้งด้าน Food, Fashion และ Lifestyle ได้อย่างครบถ้วน โดยในส่วนศูนย์การค้าโฉมใหม่เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 4/69
ส่วน Central Phuket กับแผน Expansion และ Masterplan ใหม่ บนที่ดิน 110 ไร่ พื้นที่รวม(GBA) 500,000 ตร.ม. เพื่อพัฒนาเป็นหนึ่งใน The Worlds Luxury Destination นอกกรุงเทพฯ โดยมุ่งให้โครงการเป็นหัวใจของเกาะและขับเคลื่อนภูเก็ตสู่เมืองชายทะเลระดับโลกที่ผู้คนมาใช้ชีวิต
นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ Chief Finance Officer and President Hotel and Office Businesses บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา [CPN] กล่าวว่า ธุรกิจออฟฟิศ ปัจจุบันมีอาคารสำนักงาน Grade A ในทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ รวม 11อาคาร และยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากบริษัทชั้นนำระดับโลกที่เลือกตั้งสำนักงานใหญ่และ Regional Office อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้อัตราการเช่าเฉลี่ยยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งราว 90% และมีแผนขยายธุรกิจไปพร้อมกับการเติบโตของเมือง โดยเฉพาะโครงการ Central GR9 ที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้ New CBD ของกรุงเทพฯ รวมถึงการขยายสู่หัวเมืองสำคัญในภูมิภาคอย่าง Central Chiangmai Airport ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการเปลี่ยน Landscape ของธุรกิจ Office ในประเทศไทย
ด้านธุรกิจโรงแรมภายในปี 69 บริษัทจะมีโรงแรมรวม 17 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งแบรนด์ระดับสากล ปลายปี 69 นี้เตรียมพบกับ Oakwood Central Hat Yai และ GO! Hotel ที่ขยายได้อย่างรวดเร็ว ปีนี้เปิดใหม่ 5 แห่งที่ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส, นครสวรรค์, เชียงราย, เชียงใหม่, และอยุธยา รวมถึงปลายปี นอกจากนี้ เรายังมีแผนจับมือกับโรงแรมระดับ Global ใหม่ๆ ในประเทศไทยเพื่อรองรับ Mega Projects ในอนาคตอีกด้วย โดยในสิ้นปี 69 จะมีโรงแรมทั้งหมด 17 แห่ง จากปัจจุบันมี 11 แห่ง
นายกรี เดชชัย President, Residence Business CPN กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ในปี 69 จำนวน 2 โครงการ ในจังหวัดขอนแก่น และนครปฐม ได้แก่ แบรนด์ PHYLL ที่ขอนแก่น สูง 33 ชั้น เปิดพร้อม เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส และเตรียมเปิด PHYLL ที่นครปฐม เป็น Private Residence ตอบรับดีมานด์กลุ่ม Wealth และต่อยอดความสำเร็จจาก ESCENT และ NIRATI นครปฐม