บลจ.อีสท์สปริง เปิดกองใหม่ลงทุน Smart Grid Infrastructure รับเมกะเทรนด์โลก ขาย 25-31 มี.ค.

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday March 25, 2026 18:06 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บลจ.อีสท์สปริง เปิดกองใหม่ลงทุน Smart Grid Infrastructure รับเมกะเทรนด์โลก ขาย 25-31 มี.ค.

บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) เปิดตัวกองทุนใหม่ "อีสท์สปริง Smart Grid Infrastructure (ES-GRID)" กองทุนหลักมุ่งเน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าอัจฉริยะทั่วโลก ตอบรับความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาลจากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI และData Center เพื่อสร้างโอกาสลงทุนระยะยาว เปิดขายระหว่างวันที่ 25-31 มีนาคม 2569 นี้

นางสาวดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า บลจ.อีสท์สปริง อยู่ระหว่างการเสนอขายกองทุนใหม่ซึ่งกองทุนหลักลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว คือ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Smart Grid Infrastructure (ES-GRID) มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 25 - 31 มีนาคม 2569 ด้วยมูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 บาท

โดยมีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ทั้งนี้ กองทุนหลัก First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund มีการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index โดยดัชนีดังกล่าวสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าซึ่งประกอบด้วย บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับโครงข่ายไฟฟ้าอุปกรณ์และเครือข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บและบริหารจัดการพลังงานการคมนาคมที่เชื่อมต่อกัน และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ กระบวนการคัดเลือกจะเน้นบริษัทที่มีคุณภาพและสภาพคล่องสูงโดยพิจารณาจากมูลค่าตลาด สภาพคล่องการซื้อขาย

และสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาด พร้อมให้น้ำหนักการลงทุนตามขนาดและสภาพคล่องของหลักทรัพย์ นอกจากนี้ กองทุนยังมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Smart Grid โดยตรง (Pure Play) ประมาณ 80% ของพอร์ต ตลอดจน มีการปรับพอร์ตการลงทุนทุก 6 เดือน เพื่อสะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมและมีการกระจายที่เหมาะสม

สำหรับพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักกระจายการลงทุนในหมวดอุตสาหกรรมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. Electrical and Electrical Equipment 33.3% 2. Multi-utilities 13.1% 3. Diversified Industrials 11.2% 4. Conventional Electricity 9.7% และ 5. Electronic Equipment: Control and Filter 8.5%

และมีสัดส่วนการลงทุนในสหรัฐฯ 38.3% สวิตเซอร์แลนด์ 10.5% สหราชอาณาจักร 10.4% ฝรั่งเศส 10.2% และเยอรมนี

7% โดยมีการลงทุนสูงสุดใน 5 บริษัทแรก คือ

1. ABB, Ltd ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ ช่วยให้โครงข่ายไฟฟ้าและอุตสาหกรรมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉลาด และยั่งยืน สัดส่วน 8.8%

2. National Grid Plc ผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าและพลังงานรายสำคัญทำหน้าที่เชื่อมโยงและส่งพลังงานอย่างมั่นคง เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด สัดส่วน 8.2%

3. Schneider Electric SE ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงานและระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ สนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่โครงข่ายไฟฟ้าจนถึงอาคารและโรงงาน สัดส่วน 7.9%

4. Johnson Controls International Plc ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงานและระบบไฟฟ้าอัจฉริยะสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่โครงข่ายไฟฟ้าจนถึงอาคารและโรงงาน สัดส่วน 7.5%

และ 5. Eaton Corporation Plc ผู้ให้บริการโซลูชันบริหารจัดการพลังงานระดับโลก ช่วยเพิ่มความเสถียร

ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าในทุกภาคส่วน สัดส่วน 7.5% (ที่มา First Trust ณ วันที่ 30 มกราคม 2569)
"บลจ.อีสท์สปริง มองว่าโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่สามารถสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาวจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวทั่วโลก โดยเฉพาะจากเทคโนโลยี AI ,ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) ขณะเดียวกันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจำเป็นต้องพึ่งพา Smart Grid เพื่อบริหารความผันผวนและรักษาสมดุลของระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ โครงข่ายไฟฟ้าเดิมที่มีอายุการใช้งานยาวนานหลาย 10 ปี จำเป็นต้องได้รับการยกระดับ รวมถึงเม็ดเงินลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และเสริมความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) ในอนาคต ซึ่งการลงทุนกองทุน ES-GRID จึงถือเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายพอร์ตไปยังเมกะเทรนด์ระดับโลก และสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาวจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน" นางสาวดารบุษป์ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ