บมจ.ซีแพนเนล เผยยุทธศาสตร์ 3 ปีผ่านแผนงาน JUMP+ มุ่งเน้นการขยายฐานการผลิตด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อตอบโจทย์ดีมานด์ที่อยู่อาศัยที่เน้นความรวดเร็วและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Net Zero ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
CPANEL วางเป้าหมายรายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายกำลังการผลิตของโรงงานแห่งที่ 2 เพื่อผลักดันรายได้แตะ 1,650 ล้านบาทในปี 71 เติบโตจากประมาณ 1,000 ล้านบาทในปี 69 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 25-30% พร้อม มุ่งเป้าทำกำไรสุทธิ New High ที่ 330 ล้านบาทในปี 71 ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น มุ่งเน้นการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ให้เต็มประสิทธิภาพเพื่อรองรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวราบและแนวสูงที่หันมาใช้ Precast มากขึ้น
แผนธุรกิจที่บริษัทวางไว้ ได้แก่
-เพิ่มยอดขายย่างก้าวกระโดด ผ่านการเพิ่มขีดความสามารถการผลิตและลดความสูญเสียในกระบวนการ
-เพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin GP) ขึ้นอย่างน้อย 35 จุดเปอร์เซ็นต์
-เพิ่มอัตราการส่งมอบตรงเวลา (OTD) เป็น 95% เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าโครงการ
-ลดปริมาณสต็อกลง 2030% เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนการถือครองสินค้า
-ยกระดับภาพลักษณ์ด้านเทคโนโลยี (Smart Factory) เพื่อเสริมความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและคู่ค้ารายใหญ่
-สร้างความสามารถรองรับการขยายยอดขายโดยไม่ต้องเพิ่มกำลังคนในสัดส่วนสูง (Productivity-driven growth)
-สร้างทักษะพนักงานให้รองรับ Smart Factory & Digital Operations
-ลดการพึ่งพิงแรงงานคนในงานซ้ำซ้อน ลด Human Error
-เพิ่ม Productivity ต่อหัว 1020% ภายใน 3 ปี
-วางระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) ที่โปร่งใส
ด้านยุทธศาสตร์นวัตกรรมและธรรมาภิบาล (Governance) บริษัทฯ มีแผนงานเพิ่มสัดส่วนกรรมการอิสระและกรรมการหญิงให้มากขึ้น เพื่อความหลากหลายและโปร่งใสในการตัดสินใจ , ตั้งเป้าได้รับการรับรองเป็นสมาชิก CAC (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) ภายในปี 70, พัฒนาระบบ ERP และเทคโนโลยีการออกแบบที่แม่นยำเพื่อลดความผิดพลาดและขยะในกระบวนการก่อสร้าง
ส่วนภารกิจสีเขียว มุ่งสู่ความยั่งยืนด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate) CPANEL ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ (GHG Intensity) ลง 15% ภายในปี 71 , ติดตั้ง Solar Rooftop เพิ่มเติมในโรงงาน และเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น รวมทั้งวิจัยและพัฒนาสูตรคอนกรีตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Low Carbon Concrete) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการอาคารมาตรฐาน LEED หรือ TREES