HILITE: STECON บวก 3.57% รับอานิสงส์รัฐบาลใหม่ เก็งเร่งบิ๊กโปรเจกต์รัฐ-เอกชน

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday March 31, 2026 11:01 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เมื่อเวลา 10.26 น. STECON บวก 3.57% เพิ่มขึ้น 0.40 บาท มาที่ 11.60 บาท มูลค่าการซื้อขาย 74.25 ล้านบาท จากราคาเปิด 11.40 บาท ราคาสูงสุด 11.60 บาท และราคาต่ำสุด 11.20 บาท

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมลำดับต้นที่โดนผลกระทบด้านต้นทุนพลังงาน แต่ราคาหุ้นยังสามารถยืนแข็งกว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมา ด้วยลักษณะธุรกิจที่ไม่ได้มีผลกระทบทางตรงต่อสงคราม

และยังมีปัจจัยบวกให้เห็นอยู่ในระยะข้างหน้า จากการผลักดันโครงการใหม่ๆ จากรัฐบาล ซึ่งหลังทูลเกล้าฯ แล้วจะเริ่มแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงต้นเดือน เม.ย. 69 เป็นโอกาสเพิ่มระดับ Backlog ของบริษัทให้สูงขึ้น เป็นประโยชน์ต่อบริษัทในระยะยาว มองเป็นปัจจัยบวกที่มีนัยมากกว่าความผันผวนด้านพลังงานที่สามารถชดเชยในค่า K หรือเจรจากับคู่ค้าได้

หากอิงโครงสร้างต้นทุนรับเหมาก่อสร้างโดยทั่วไป ค่าวัสดุทางตรง 70-80% หากต้นทุนค่าวัสดุสูงขึ้นทุกๆ 1% จะกระทบต่ออัตรากำไรลดลง 0.7-0.8% หรือกระทบต่อกำไรคิดเป็นมูลค่า 193-220 ล้านบาท ซึ่งจะกระทบต่อราคาหุ้นทุกๆ 0.08 บาท ในวิธี P/BV

โดยปกติแล้วบริษัทมีการกำหนดราคาล่วงหน้าสำหรับวัสดุสำคัญ เช่น เหล็ก, คอนกรีต ระยะเวลาครึ่งปี - หนึ่งปี และงานภาครัฐฯ จะมีการปรับค่า K เพื่อชดเชย ส่วนงานภาคเอกชนมีระดับ GPM ที่สูงกว่า และสามารถเจรจากับคู่ค้าได้ โดยปัจจุบันมี Backlog 1.2 แสน ล้านบาท อยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่า 5-6 ปีก่อน แบ่งเป็นงานเอกชน 53% งานรัฐฯ 47%

ปี 2569 บริษัทตั้งเป้างานใหม่ 5 หมื่นล้านบาท หวังงานภาครัฐฯ ออกมามากขึ้นจากการเริ่มผลักดันเศรษฐกิจ และการสร้างผลงานของรัฐบาลชุดใหม่ในปีแรกที่เข้ามาดำรงตำแหน่ง ประเมินกำไรปกติ 1,328 ล้านบาท หากเทียบกำไรสุทธิ -31.8% YoY ปีก่อนมีกำไรพิเศษเข้ามามากจาก รับประกันอุโมงค์บึงหนองบอน, กำไรประเมินมูลค่ารถไฟฟ้า และกำไรจากลูกหนี้ UJV ชดเชยค่าเสียหาย แต่เทียบกำไรปกติ +44.3% YoY รายได้ก่อสร้างสูงขึ้นและปันผล บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ [GULF] ที่ได้รับในช่วง ไตรมาส 2/69

ปี 2569 มีรับรู้รายได้โรงไฟฟ้า Thai Oil Clean Fuel, Waste to Energy 12 แห่ง, ก่อสร้างคอนโด (JV), ก่อสร้างอาคาร Data Center, Bangkok Mall เข้ามามากขึ้นจากงานเอกชน ทดแทนโรงไฟฟ้าโซลาร์ 7 แห่ง ที่จบไปเมื่อปีก่อน ขณะที่งาน MRT Orange Line West, Double Track Denchai 2,3, Purple Line Contract 1&2, MRTA ยังรับรู้รายได้ต่อเนื่องขั้นความสำเร็จของงาน 13%, 44% และ 57% ตามลำดับ

แนวโน้มไตรมาส 1/69 กำไรชะลอลง YoY และ QoQ จากปีก่อนมีรับปันผลพิเศษจาก GULF เข้ามาในไตรมาส 1/68 และปลายปีก่อนเร่งส่งงานและมีกำไรพิเศษเข้ามามาก

งานภาครัฐฯ บริษัทคาดหวังการผลักดันจากรัฐบาล ในโครงการหลักๆ ที่ปัจจุบัน ครม. อนุมัติแล้ว มอเตอร์เวย์ M5, M9, M82

งานภาคเอกชน กำลังเจรจาอีกกว่า 5 หมื่นล้านบาท อาทิ งานก่อสร้างอาคาร Data Center, โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด และการขยายสนามบิน ที่เรามองว่าบริษัทเป็นผู้เล่นหลัก จากความเชี่ยวชาญที่มีงาน UTA อยู่ในมือ เริ่มเข้าพื้นที่ 3 เม.ย. 69 โดยใช้งบลงทุนประมาณ 1 หมื่น ลบ. เฟสแรก ลดไซส์รับ 3 ล้านคน หากผู้โดยสารเติบโตถึง 70-80% จะขยายในเฟสต่อไปที่ 6 ล้านคน และ 12 ล้านคน ตามลำดับ

ขยายการลงทุนอื่นๆ ตามเทรนด์ในปัจจุบัน ธุรกิจน้ำ และการลงทุนใน Construction Technology เพื่อลดระยะเวลาการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพทางวิศวกรรม โดยเริ่มนำ ALICE มาใช้กับโครงการ Bangkok Mall ลดระยะเวลาการทำงานได้เกือบ 200 วัน ช่วยลดต้นทุน Overhead Cost โครงการ

เราได้ปรับกำไรปี 2569 เพิ่มขึ้น 49.7% จากปันผลพิเศษของ GULF ประเมินราคาหุ้นด้วยวิธี P/BV โดยปรับขึ้นให้เป็นปัจจุบันอยู่ที่ 1.00 เท่า บวก ESG 2.8% ปรับราคาพื้นฐานเพิ่มเป็น 11.90 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น "ทยอยซื้อ"


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ