บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม [PTTEP] เปิดเผยแผนการเพิ่มมูลค่าบริษัท (JUMP+ Plan) สำหรับปี 69-71 โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมรักษาขีดความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลก เป้าหมายหลักรักษาระดับอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) ให้ไม่ต่ำกว่า 70% แม้เผชิญกับความท้าทายจากราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากแหล่งก๊าซฯ ในประเทศที่อยู่ในช่วงปลายอายุการผลิต
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มปริมาณขายปิโตรเลียมอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
ปี 69 เป้าหมายปริมาณขายที่ 560,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
ปี 70 เป้าหมายปริมาณขายที่ 587,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
ปี 71 เป้าหมายปริมาณขายที่ 625,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
กลยุทธ์ของ PTTEP ต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
บริษัทมีแผนงาน 1) เพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียมจากโครงการปัจจุบันทั้งโครงการผลิตหลักที่สำคัญเพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย อาทิ โครงการจี 1/61 โครงการจี 2/61 โครงการอาทิตย์ โครงการเอส 1 โครงการคอนแทร็ค 4 โครงการในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย โครงการซอติก้าและโครงการยาดานาในประเทศเมียนมาที่มีการนำก๊าซธรรมชาติที่ผลิต
2) เร่งผลัก ดันโครงการที่อยู่ในระยะพัฒนา (Development Phase) ได้แก่ โครงการสัมปทานกาชา โครงการโมซัมบิก แอเรีย 1 โครงการเมียนมา เอ็ม 3 โครงการพัฒนาในประเทศมาเลเซีย เช่น โครงการมาเลเซีย เอสเค405บี โครงการมาเลเซีย เอสเค417 และโครงการมาเลเซีย เอสเค438 เป็นต้น
และ 3) เร่งดำเนินการสำรวจในโครงการปัจจุบัน ทั้งโครงการที่อยู่ในระยะสำรวจ โครงการในระยะพัฒนา รวมถึงโครงการที่ดำเนินการผลิตแล้ว เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวโดยเน้นการศึกษาทางธรณีวิทยาและการเจาะหลุมสำรวจและหลุมประเมินผลของโครงการในประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศเมียนมาประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศแอลจีเรีย
และหนึ่งในความท้าทายสำคัญของบริษัท คือ การต้องลงทุนในโครงการผลิตก๊าซฯภายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาปริมาณก๊าซฯ สำหรับรองรับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ท่ามกลางต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี เนื่องจากแหล่งก๊าซฯ ส่วนใหญ่เข้าสู่ช่วงปลายอายุการผลิต (Mature Fields) ส่งผลให้จำเป็นต้องบริหารงบประมาณอย่างรัดกุมผ่านมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด (Cost Discipline) โดยยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในการทำงาน
บริษัทยังมุ่งเน้นการลดต้นทุนในโครงการที่ PTTEP เป็นผู้ดำเนินการทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยนำแนวคิด perational Excellence มาพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมประสิทธิภาพและรักษาความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในระยะยาว เช่น โครงการ GoT SAVE ในอ่าวไทย (Gulf of Thailand Synergy-Aspiration-Value Enhancement) ที่มุ่งเน้นลดต้นทุนต่อหน่วยให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ โดยมุ่งเป้าการจัดการ 4 เรื่องหลักที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ได้แก่ (1) การขุดเจาะหลุม