PRTR กางแผน JUMP+ ดันรายได้หมื่นลบ.ในปี 71 รุกหนัก AI-Human Intelligence จ่อทำดีล M&A ปีละครั้ง

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday April 2, 2026 11:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป [PRTR] เปิดแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (69-71) ภายใต้ JUMP+ มุ่งยกระดับองค์กรสู่การเป็นคู่คิดทางธุรกิจระดับโลก (Global Business Partner) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก วางเป้าหมายทางการเงินมุ่งสู่รายได้หลักหมื่นล้าน

PRTR วางเป้าหมายการเติบโตไว้อย่างท้าทาย โดยตั้งเป้ารายได้แตะ 10,000 ล้านบาทภายในปี 71 และกำไรสุทธิ 340-360 ล้านบาท จากปี 68 มีรายได้ 7,611.85 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 215.93 ล้านบาท โดยจะรักษาระดับการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีไม่น้อยกว่า 15-20% มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อสร้างผลกำไรที่ยั่งยืน

บริษัทระบุว่าจะขับเคลื่อนตามแผนธุรกิจหลักของบริษัท ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การขยายธุรกิจ และการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ในด้านการดำเนินงาน บริษัทมุ่งบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าหมายลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้ (Opex/Revenue) อย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ให้เพิ่มขึ้น เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน รองรับการเติบโตของรายได้ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในระยะยาว

แผนกลยุทธ์ที่ 1 : กลยุทธ์ยกระดับประสิทธิภาพและบริหารต้นทุนด้วย AI และเทคโนโลยีดิจิทัล บริษัทมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารต้นทุน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้ทั้งในกระบวนการสนับสนุน (Back-office) และกระบวนการให้บริการหลัก เพื่อปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัว และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้

ทรัพยากรขององค์กร ในระยะเริ่มต้น บริษัทมุ่งเน้นการนำ AI และระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้ในงาน Back-office เพื่อเพิ่มผลิตภาพ(Productivity) ของบุคลากร ควบคู่กับการพัฒนาและเปิดใช้งานแพลตฟอร์ม Jobs.PRTR ซึ่งใช้ AI สนับสนุนกระบวนการสรรหา เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการจับคู่ผู้สมัคร พร้อมทั้งลดต้นทุนต่อการจ้างงาน (Cost per Hire)

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนพัฒนาต่อยอด Jobs.PRTR ให้เป็น Recruitment Platform แบบครบวงจร เพื่อยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมทั้งลดค่าใช้จ่ายด้านระบบจากผู้ให้บริการภายนอก (Third-party providers) ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปรับลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้ (Opex/Revenue) อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการเติบโตของธุรกิจโดยไม่เพิ่มจำนวนบุคลากรในสัดส่วนที่สูง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แผนกลยุทธ์ที่ 2 : กลยุทธ์ขยายการเติบโตผ่านธุรกิจบริการ Outsource บริการสรรหา และแพลตฟอร์มดิจิทัล บริษัทมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจ Outsourcing และ Recruitment ควบคู่กับการขยายธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Non-core Services) ได้แก่ Blacksmith Training และ Pinno HR Software เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและเทคโนโลยี ในส่วนของธุรกิจ Outsourcing บริษัทมุ่งขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มงานที่มีศักยภาพ พร้อมพัฒนาโซลูชันแรงงานรูปแบบยืดหยุ่น โดยเน้นการขยายตลาดแรงงานรายวันและพนักงานชั่วคราว (Daily / Temporary Workforce) เพื่อตอบสนองความต้องการแรงงานระยะสั้น รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มสนับสนุน เช่น Merchandiser Platform เพื่อเปิดโอกาสในตลาดแรงงานใหม่ ควบคู่กับการยกระดับทักษะพนักงาน Outsource ให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยี (AI-Ready Workforce) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ

สำหรับธุรกิจ Recruitment บริษัทมุ่งเน้นการให้บริการในกลุ่มงานที่มีมูลค่าสูง เช่น Executive Search ควบคู่กับการขยายบริการในกลุ่ม Mass Recruitment โดยมุ่งเน้นตำแหน่งงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะและยังต้องพึ่งพาแรงงานเป็นหลัก เช่น กลุ่ม Management, Technician และธุรกิจร้านอาหาร (Restaurant Segment) ซึ่งยังมีศักยภาพในการเติบโตและมีความเสี่ยงจากการถูกทดแทนด้วย AI ในระดับต่ำ นอกจากนี้ บริษัทมุ่งขยายธุรกิจในกลุ่ม Noncore ผ่านการต่อยอด Blacksmith Training เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ และพัฒนา Pinno HR Software ให้เป็นแพลตฟอร์มบริหารทรัพยากรบุคคลแบบครบวงจร (End-to-End HR Solutions Platform) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการและรองรับการเติบโตในระยะยาว

ผนกลยุทธ์ที่ 3 : กลยุทธ์การเติบโตผ่านการเข้าซื้อกิจการ (M&A)บริษัทกำหนดกลยุทธ์การเติบโตผ่านการทำ M&A เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจ Outsourcing ที่มีศักยภาพในการเติบโตและสามารถต่อยอดกับธุรกิจเดิมของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายในการเข้าซื้อกิจการอย่างน้อยปีละ 1 ดีล และคาดหวังการสร้างผลตอบแทนในรูปของกำไรสุทธิ รวมถึงการเพิ่มขนาดธุรกิจในระยะยาว

นอกเหนือจากการเข้าลงทุน บริษัทให้ความสำคัญกับการบูรณาการภายหลังการเข้าซื้อกิจการ (Post-Merger Integration: PMI) เพื่อให้การดำเนินงานสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีของบริษัทมาใช้สนับสนุน เพื่อลดต้นทุนและสร้าง Synergy ทั้งด้านรายได้และต้นทุน ผ่านการใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้า เทคโนโลยี และเครือข่ายธุรกิจของบริษัทในการขยายตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ