นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ในเครือ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา [CENTEL] กล่าวว่า จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะจากน้ำมันแพงทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อธุรกิจร้านอาหารทุกราย
แต่ในส่วนของต้นทุนวัตถุดิบอื่น ๆ นั้น CRG ยังสามารถบริหารจัดการได้ เนื่องจากบริษัทได้มีการล็อกราคาและทำสัญญากับผู้ผลิตวัตถุดิบไว้ล่วงหน้าแล้ว ประกอบกับ ยังมีสต็อกวัตถุดิบเก่าที่ยังสามารถนำมาใช้ได้อยู่ ทำให้ในระยะสั้นยังไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อต้นทุนผลิตอาหารของร้านในเครือบริษัท
อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงต้องติดตามสถาการณ์ในตะวัรออกลางอย่างต่อเนื่อง หากสงครามของสหรัฐและอิหร่านจบลงได้อย่างรวดเร็วผลกระทบก็อาจจะอยู่ในระดับจำกัด เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ แต่ยืดเยื้อไปอีกก็คงส่งผลกระทบต่อต้นทุนอย่างแน่นอน โดยที่บริษัทมองว่าปัจจุบันยังสามารถตรึงราคาขายอาหารไว้ได้ในช่วง 2-3 เดือนนี้ แต่ในช่วงไตรมาส 3/69 หากสงครามยังไม่จบ และราคาน้ำมันยังสูงก็อาจจะต้องพิจารณาปรับราคาขาย เพราะคาดว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลอย่างชัดเจนในช่วงปลายไตรมาส 2/69 ถึงไตรมาส 3/69
ในแง่ของผู้บริโภคในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่มีผลกระทบเกิดขึ้น ยอดขายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมายังสามารถเติบโตได้ดี เนื่องจากช่วงต้นปีมีเทศหาลวันหยุด ทำให้การท่องเที่ยวยังคึกคัก และในเดือนเม.ย.นี้ก็ยังคาดว่ายอดขายยังอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ แต่ในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.นี้การบริโภคและการจับจ่ายใช้สอยอาจชะลดลงบ้าง เพราะเป็นช่วงเปิดเทอมที่คนระมัดระวังการใช้จ่าย และหากสงครามยังไม่จบก็อาจจะทำให้เกิดความกังวลต่อการบริโภคมากขึ้น เพราะคนจะเริ่มชะลอออกท่องเที่ยว และเริ่มประหยัดมากขึ้น อาจจะมีผลกระทบต่อยอดขายของบริษัทหากสงครามยืดเยื้อนานเกินไป
นายณัฐ กล่าวว่า บริษัทยังคงเดินหน้าขยายลงทุนโดยตั้งงบลงทุนรวมในปีนี้ที่ 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ใช้งบลงทุนไป 900-1,000 ล้านบาท โดยปีนี้ส่วนใหญ่กว่า 1.1 พันล้านบาทจะใช้ขยายสาขาและรีโนเวทร้านในเครือ และส่วนที่เหลือจะใช้เป็นการรองรับการพัฒนาระบบงานภายใน โดยงบลงทุนดังกล่าวยังไม่รวมงบการตลาดและการทำ M&A
นอกจากนั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างพิจารณาการปิดแบรนด์ร้านอาหารที่ทำผลงานได้ไม่ดี ซึ่งในปีก่อนมีการปิดแบรนด์ TENYA ไปแล้ว 1 แบรนด์ ขณะเดียวกันก็จะเปิดแบรนด์ใหม่ในปีนี้เป็นแบรนด์ปิ้งย่างเกาหลี HANAM BBQ เปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิร์ล
นายณัฐ กล่าวว่า เทรนด์อาหารปิ้งย่างเกาหลียังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง เช่นเดียวกับอาหารประเภทชาบูราคาประหยัด แม้ว่าตลาดจะมีการแข่งขันสูง แต่บริษัทพยายามบริหารจัดการด้านต่างๆ เพื่อให้มีความสามารถการทำกำไรที่ดี รวมถึงอาหารสุขภาพก็ยังเป็นที่นิยม แต่จะเน้นไปที่การให้ความสำคัญทางด้าน Value กับผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งบริษัทก็ยังคงเน้นการสร้าง Value ให้กับแบรนด์อาหารต่างๆในเครือที่ส่งผ่านไปให้แก่ลูกค้าของ CRG