นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) [SYNEX] เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ว่า บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 10% อยู่ที่ 53,000 ล้านบาท แม้จะต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน โดยได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นราคาของสินค้าบางประเภทเนื่องจากภาวะขาดแคลนชิป โดยเชื่อมั่นว่าด้วยพอร์ตโฟลิโอสินค้าที่หลากหลายและกลยุทธ์การขยายตลาดสามารถขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโตได้ตามเป้า
สำหรับภาพรวมในครึ่งปีแรก คาดเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) อย่างไรก็ตามประเด็นหลักที่มีความกังวลคือ สินค้าขาดตลาดในบางกลุ่ม ซึ่งบริษัทบริหารจัดการโดยนำสินค้าที่มีความใกล้เคียงมานำเสนอให้กับลูกค้าได้
"สิ่งที่เรากังวลมากที่สุดว่าปีนี้น่าจะเป็นของขาดมากกว่า ฉะนั้นเราก็มาดูซัพพลายซึ่งเรามีหลายกลุ่มสินค้า เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าได้"ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าไอทีโดยรวมมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมามีการปรับราคาขายสินค้าเพิ่มขึ้น 10 - 20% ซึ่งมองว่าปีนี้ทั้งปีราคาสินค้าจะไม่ลดลง โดยเฉพาะสินค้าราคาสูงซึ่งอาจกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้ สำหรับสินค้าที่ราคาปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI, Memory, CPU และ GPU ซึ่งส่งผลให้ราคาคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กสเปกสูงมีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย
ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน บริษัทได้มองเห็นโอกาสในกลุ่มธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะ"ธุรกิจโซลาร์เซลล์"ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากผู้บริโภคต้องการประหยัดค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น และยังสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจ"คลาวด์และโซลูชันสำหรับองค์กร (Enterprise)"ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่เติบโตได้ดี
สำหรับต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย แต่ปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากมีสัญญาระยะยาวกับผู้ให้บริการขนส่ง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในอนาคตจะถูกสะท้อนไปยังราคาสินค้า แต่จะส่งผลกระทบต่อทุกรายในตลาดเช่นเดียวกัน