สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO โดยนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการฯ พร้อมด้วยกองทัพเรือ โดย พล.ร.อ. อาภา ชพานนท์ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา พล.ร.ต. พิทักษ์ เทพทา ผู้บัญชาการกองการบินทหารเรือ และผู้บริหารระดับสูง จากบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เข้าร่วมพิธีบวงสรวงพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ จังหวัดระยอง เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ในโอกาสเริ่มการก่อสร้างโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย
ทั้งนี้ ความคืบหน้าโครงการฯ ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน หลังจาก EECO ได้ลงนามข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมกับ UTA เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569
ที่ผ่านมา และ UTA ได้ตกลงที่จะยกเว้นเงื่อนไขในสัญญาบางประการที่ผูกติดอยู่กับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินการพัฒนาในส่วนของงานสนับสนุนโครงการฯ ได้ก่อน อันจะเป็นการเร่งรัดการพัฒนาโครงการในภาพรวม และจากนี้ UTA จะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนามบินที่จำเป็น โดยเร่งรัดการก่อสร้างในส่วนของ Airport Terminal , Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลักก่อน เพื่อกระตุ้นปริมาณผู้โดยสารและสร้างโอกาสดึงดูดนักลงทุนในพื้นที่อีอีซีต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กองทัพเรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2571 รวมทั้งได้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำคัญรองรับภายในสนามบิน เช่น ระบบผลิตน้ำประปา - บำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบเชื้อเพลิงอากาศยานตามแผนงานที่วางไว้ โดย EECO ในฐานะคู่สัญญา จะดำเนินการติดตาม กำกับ และสนับสนุนการดำเนินโครงการฯ ให้เป็นไปตามกรอบแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชนต่อไป
โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่าการลงทุนประมาณ 2.9 แสนล้านบาท เป็นหนึ่งในโครงการเมกะโปรเจกต์ระดับเรือธงของรัฐบาล จะเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน และขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ให้เป็นศูนย์กลางสำหรับการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีขั้นสูงที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่ พัฒนาเมือง สร้างสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่ทันสมัย รวมไปถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย และสังคมให้เติบโตแบบยั่งยืน
อนึ่ง UTA เป็นการ่วมทุนระหว่าง บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ [BTS] 40% บมจ.การบินกรุงเทพ [BA] 40% และ บมจ.สเตคอน กรุ๊ป [STECON]20%