โบรกเกอร์เชียร์"ซื้อ"หุ้น บมจ.คอมเซเว่น [COM7] คาดกำไรในไตรมาส 1/69 โต 8-10% หนุนโดยยอดขายไอโฟน 17-ซัมซุง S26 เป็นหลัก รวมทั้ง Mac Neo เปิดตัวกลางเดือน มี.ค.คาดช่วยดันยอดขายไตรมาส 2/69 เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางมีจำกัด และแม้ว่าภาวะขาดแคลนชิปอาจทำให้สินค้าปรับขึ้นราคา แต่ต้นทุนชิปมีไม่มากนัก
ส่วนธุรกิจ Non Core ทั้งธุรกิจ UFund ให้สินเชื่อผ่อนชำระสมาร์ทโฟนยังเติบโตได้ต่อเนื่องในปี 67-68 ทั้งรายได้และกำไร โดยปีนี้คาดว่ายังเติบโตสูง และคุมหนี้เสียได้ต่ำกว่า 1% ซึ่งธุรกิจนี้มีส่วนผลักดันกำไรให้กับภาพรวมบริษัทได้ดี ด้านธุรกิจรถ EV ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายรถ AION และ TAXI EV เริ่มไปได้ดีในภาวะน้ำมันแพง
ราคาหุ้น COM7 ปิดภาคเช้าอยู่ที่ 21.50 บาท ลดลง 0.20 บาท (-0.92%)
โบรกเกอร์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย(บาท/หุ้น)
เมย์แบงก์ ซื้อ 32.00
เอฟเอสเอส ซื้อ 31.00
เอเซียพลัส ซื้อ 30.50
ทิสโก้ ซื้อ 30.50
บัวหลวง ซื้อ 30.00
ยูโอบีเคย์เฮียน Outperform 30.00
โกลเบล็ก ซื้อ 29.00
นายวสุ มัทนพจนารถ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ยังคงแนะนำ "ซื้อ" หุ้น COM7 ด้วยราคาเป้าหมาย 32 บาท โดยคาดว่ากำไรหลักในไตรมาส 1/69 จะเติบโต 8-10% YoY ได้รับแรงหนุนจากยอดขาย iPhone 17 รวมถึง Samsung Galaxy S26 และ Mac Neo ที่เพิ่งเริ่มขายไปมี.ค.
แม้ว่าสงครามตะวันออกกลางจะเป็นความเสี่ยง แต่มองว่าคงไม่ยืดเยื้อ และไตรมาส 2/69 ผลประกอบการของ COM7 ก็ยังดูดี เพราะทั้ง Samsung Galaxy S26 และ Mac Neo น่าจะสร้างยอดขายดีต่อเนื่อง และ Q3/69 น่าจะมีการเปิดตัว iPhone 18 ที่มีกระแสข่าวว่าจะเป็นไอโฟนรุ่นจอพับครั้งแรก เชื่อว่าจะมียอดขายที่ดี
ภาพรวมทั้งปี 69 คาดรายได้ของ COM7 จะเติบโต 8% มาจากทั้งยอดขายไอโฟนและสินค้าไอที ขณะที่กำไรหลักกลับเติบโตมากกว่า ประเมินไว้ราว 16% มาที่ 4,712 ล้านบาท ซึ่งหลักๆ มาจากธุรกิจ U Fund เติบโตราว 9% สินค้าไอทีเติบโต 6% และธุรกิจ Taxi EV เติบโต 1%
ส่วนการขาดแคลนชิปอาจส่งผลกระทบต่อราคาชิปหน่วยความจำ เช่น RAM และ SSD ทำให้ราคาสินค้า PC และสมาร์ทโฟนปรับตัวสูงขึ้น โดย COM7 ระบุว่าราคา PC เพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 บาท/เครื่อง ส่วน Samsung Galaxy S26 รุ่นเริ่มต้นที่มี RAM 12GB และความจุ 256GB มีราคาสูงกว่ารุ่น S25 ประมาณ 4,000 บาท หรือเพิ่มขึ้นราว 13% มองประเด็นนี้เป็นกลางต่อ COM7 ในด้านบวกบริษัทจะได้รับกำไรขั้นต้นต่อเครื่องเพิ่มขึ้นจากราคาขายที่สูงขึ้นและโครงสร้างอัตรากำไรขั้นต้นคงที่ที่ตกลงกับเจ้าของแบรนด์ แต่ในอีกด้านหนึ่งจำนวนเครื่องที่ขายอาจลดลงได้หากราคาที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อ
ทั้งนี้ หากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางเลวร้าย มอง COM7 มีความเสี่ยงปรับลดกำไรลง 7% เหลือเติบโต 9% จากสมมติฐานที่ SSSG ไม่เติบโต จากที่คาดเติบโต 4.4%
นักวิเคราะห์จาก บล.บัวหลวง ยังคงแนะนำ"ซื้อ" COM7 ด้วยเช่นกัน ให้ราคาเป้าหมาย 30 บาท โดยคาดว่า COM7 มีผลประกอบการแข็งแกร่ง ส่วนผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางจำกัด ขณะที่ภาวะขาดแคลนชิป กระทบกับสินค้าไอที และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ดี ยอดขายหลักของ COM7 เป็น Mobile ซึ่งมีผลกระทบน้อยกว่า และชิปไม่ใช่ต้นทุนใหญ่ มีสัดสวน 20% ของต้นทุนโดยรวม และอาจปรับขึ้นราคาได้ อีกทั้งเทคโนโลยี AI ทำให้มีแนวโน้มเปลี่ยนเครื่องมือถือบ่อยขึ้นเพื่ออัพเกรดเครื่องรองรับการใช้ AI โดยคาดในไตรมาส 1/69 กำไรหลักน่าจะโต 8-10%
ขณะที่ธุรกิจ U Fund เติบโตได้ดี การเติบโตของสินเชื่อผ่อนซื้อสมาร์ทโฟนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และปีที่แล้วยอดหนี้ NPL ต่ำกว่า 1% จากที่วางเป้าหมายไว้ไม่ให้เกิน 3% ซึ่งบริษัทใช้ข้อมูลเครดิตบูโรและระบบอนุมัติสินเชื่อแบบดิจิทัล คาดว่ารายได้จาก U Fund ปีนี้เติบโตต่อเนื่อง จากปี 67-68 ทำรายได้ 414 ล้านบาทและกว่า 800 ล้านบาท ตามลำดับ โดยปีนี้คาดว่าจะทำได้ 1,000-1,200 ล้านบาท ส่วนกำไรก็เติบโตเท่าตัว จากปี 67-68 ที่ 270 ล้านบาท และ 485 ล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าจะมีกำไร 600 ล้านบาท
ภาพรวมปีนี้ ธุรกิจขายสมาร์ทโฟนและสินค้าไอที ซึ่งเป็น Core Business ยังเติบโต และมีธุรกิจเสริมทั้งจาก U Fund และรถ EV ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย Aion รวม TAXI EV ที่เห็นการเติบโตค่อนข้างดี คาดยอดขายปี 69 เติบโต 7-8% มาที่ 94,000 ล้านบาท กำไรหลักเติบโต 8% มาที่ 4,400 ล้านบาท
ด้านนายกำพล อัครวรินทร์ชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บลป.เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (FSSIA) กล่าวว่า ภาพระยะสั้น สงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อ COM7 จำกัด รวมถึงการขาดแคลนชิป ยังไม่ได้ขี้นราคาสินค้า โดยมองว่าผลประกอบการครึ่งปีแรกยังเติบโตได้ดี ซึ่งในไตรมาส 1/69 คาดว่ายอดขายจะเติบโต 8-10% YoY จากยอดขาย iPhone 17, Samsung Galaxy S26 เป็นหลัก
ส่วนธุรกิจ Non Core ได้แก่ 1) ธุรกิจ Ufund ตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อแตะ 1 หมื่นล้านบาทในปี 70-71 (จากปัจจุบัน 56 พันล้านบาท) โดยจะเน้นปล่อยสินเชื่อนอกร้าน COM7 ผ่านร้านค้าพันธมิตร และมั่นใจในการคุมหนี้เสีย (NPL) ด้วยระบบ Credit Scoring ที่มีประสิทธิภาพ 2) ธุรกิจรถยนต์ EV คาดว่าจะเริ่มเห็นจุดเปลี่ยน (Turnaround) จากทีมบริหารชุดใหม่และการคลายตัวของปัญหาอุปทานรถยนต์
มุมมองเป็น "บวก" ต่อ COM7 เนื่องจากธุรกิจ Non-core กำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตใหม่ (New S-curve) ชัดเจนยิ่งขึ้น คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยเหตุผลหลัก ดังนี้ ปัจจุบันหุ้นซื้อขายอยู่ที่ระดับ P/E ปี 2026 เพียง 12.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มพาณิชย์ (Sector) ที่อยู่ที่ 1516 เท่า, คาดกำไรปี 69 จะเติบโต 7.7% YoY ได้รับแรงหนุนจากทั้งธุรกิจค้าปลีกไอทีหลัก, การเติบโตของ Ufund และการกลับมาทำกำไร (Turnaround) ของหน่วยธุรกิจรถ EV