นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งออกข้าง เนื่องจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน โดยล่าสุดอิหร่านระบุว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทำให้มีความเสี่ยงการปิดช่องแคบฮอร์มุซกลับมาอีกครั้ง ส่งผลให้ Sentiment เริ่มแผ่วลง อย่างไรก็ตาม มองว่ามีโอกาสที่สถานการณ์สงครามจะไม่บานปลาย เนื่องจากทั้งสองฝ่ายจะมีการเจรจาในวันเสาร์นี้
สำหรับปัจจัยในประเทศ ยังคงมีปัจจัยบวกหนุนตลาดจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาในระหว่างวันที่ 9-10 เมษายนนี้ คาดว่าหลังจากนั้นจะมีมาตรการบรรเทาค่าครองชีพในระยะสั้นออกมา ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนหุ้นในกลุ่ม Domestic Consumption ได้
พร้อมทั้งประเมินกรอบแนวรับ 1,475 จุด และแนวต้าน 1,500 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (8 เม.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,909.92 จุด เพิ่มขึ้น 1,325.46 จุด หรือ +2.85%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,782.81 จุด เพิ่มขึ้น 165.96 จุด หรือ +2.51% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,634.99 จุด เพิ่มขึ้น 617.14 จุด, +2.80%
- ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 56,199.86 จุด ลดลง 108.56 จุด หรือ -0.19%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,756.41 จุด ลดลง 136.61 จุด หรือ -0.53% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,967.63 จุด ลดลง 27.37 จุด หรือ -0.69%
- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (8 เม.ย.) 1,485.03 จุด บวก 20.60 จุด (+1.41%) มูลค่าซื้อขาย 66,928.66 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (8 เม.ย.) 2,689.94 ล้านบาท
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. (8 เม.ย.)ลดลง 18.54 ดอลลาร์ หรือ 16.41% ปิดที่ 94.41 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (8 เม.ย.) อยู่ที่ 39.26 เหรียญ/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 32.09 กลับมาอ่อนค่าหลังตอ.กลางยังไม่นิ่ง ตลาดรอจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ
- จับตา ครม.นัดแรก 11 เม.ย. หลังรัฐบาลแถลงนโยบาย "คลัง" ชง พ.ร.ก. ค้ำประกันเงินกู้กองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้าน สำนักงบฯ เสนอหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ พร้อมของบกลาง 2.9 พันล้าน จ่ายบัตรคนจน-ลดค่าครองชีพด้านคมนาคม เร่งออกไทยช่วยไทย ลุ้นคนละครึ่งพลัส มีสิทธิเกิน 20 ล้านคน "ภราดร" เผยนายกฯ ขีดเส้นทำงบปี 70 เบิกจ่าย 1 ต.ค.สร้างแรงหนุนเศรษฐกิจ
- 'เอเชีย' จ่อซื้อก๊าซ LNG ถูกลง 17% หลังได้ข่าวดีฮอร์มุซ ด้าน "ดนุชา" เตือนสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน ระยะต่อไปอาจหาน้ำมันดิบยากขึ้น วอนประชาชนประหยัดต่อเนื่อง หลังพบยอดใช้ดีเซลวูบเหลือ 45-56 ล้านลิตรต่อวัน ยันช่วงสงกรานต์ไม่ขาดแคลน
- ธปท.สั่งแบงก์-แบงก์รัฐ-นอนแบงก์ เดินเครื่องช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน บี้ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้เดิม ชูให้จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ลดค่างวด ลดอัตราดอกเบี้ย ตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อทุกประเภท พร้อมกำชับเติมสภาพคล่องใหม่
- CPALL (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 57.2 บาท คาดกำไรไตรมาส 1/69 ที่ 8 พันลบ.(+5.8%YoY และ +10.6% QoQ) หนุนจากผลงานแข็งแกร่งของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ และการฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไร CPAXT รายได้โตแกร่งจาก SSSG บวก (+1.2%) ผสาน GPM คาดที่ 22.9% (+10bps YoY และ +40bps QoQ) จากสัดส่วนสินค้าอัตรากำไรสูง Valuation ปัจจุบันที่ไม่แพง เทรดเพียง PE 13.9 เท่า หรือราว -1.5SD
- GULF (กรุงศรี) ราคาเป้าหมาย 70 บาท นโยบายหลักที่รัฐบาลใหม่คือการลงทุนต่อยอด Infra Tech จากหนึ่งในนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว น่าจะเห็นการเร่งแผน PDP เพิ่มไฟฟ้าหมุนเวียน และ Direct {{A ซึ่ง GULF มีความพร้อมฐานะการเงินมากสุด
- CPAXT (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"ราคาเป้าหมาย 17.50 บาท คาดกำไรไตรมาส 1/69 ที่ 2.6 พันลบ. -1%y-y, +2% q-q ฟื้นเล็กน้อยจากฐานต่ำในไตรมาส 4/68 (ผลกระทบ IT Lotus) หนุนจากยอดขายกลับมาและการคุมต้นทุน ยอดขายรวมโต 4% y-y จาก SSS Makro +1.3% และ Lotus ทรงตัว โดยมี.ค.69 เด่นสุดจากแรงกักตุนสินค้า+สาขาใหม่+lucky frozen GPM คาด 14.2% (vs 14.5% ในไตรมาส 1/68) อ่อนตัว y-y จาก Product mix แต่ฟื้น q-q จากฐานต่ำ+reversal shrinkage บางส่วน SG&A/sales ลดลง คงคาดกำไรปี 69 +10%y-y ระยะสั้นได้แรงหนุนจากการกักตุน+มาตรการกระตุ้น (คนละครึ่ง)