นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นโลกในเดือนมีนาคม 2569 เคลื่อนไหวในทิศทางผันผวนจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังคงมีแรงซื้อพยุงตลาดในหลายภูมิภาค ปัจจัยสำคัญที่กระทบการลงทุนคือความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการประกาศนโยบายเศรษฐกิจใหม่ของจีน ทิศทางตลาดหุ้นหลักอย่างสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น แกว่งตัวรอความชัดเจนของสถานการณ์ ขณะที่กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีกลับมามีแรงซื้อสะสมอีกครั้ง กลับทิศจากแรงเทขายในช่วงต้นปี
สำหรับตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) โดยเฉพาะในแถบเอเชีย ปรับตัวลงรุนแรงในช่วงต้นเดือน เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งด้านพลังงาน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยกระดับขึ้นเป็นสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นเดือน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์สำคัญคือการปะทะกันทางทหารและการพยายามปิดกั้นเส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซทางตอนใต้ของอิหร่าน
ขณะที่ข้อเรียกร้องหลักของฝ่ายชาติตะวันตกและพันธมิตรคือ การกดดันให้อิหร่านยุติการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายที่เป็นกองกำลังตัวแทนในภูมิภาคและระงับโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างเด็ดขาด ในขณะที่ฝ่ายอิหร่านมีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทั้งหมด และให้กองกำลังต่างชาติถอนตัวออกจากพื้นที่ภูมิภาค พัฒนาการล่าสุดในช่วงต้นเดือนเมษายนคือ สหรัฐฯและอิหร่าน ตอบรับข้อเสนอของตัวกลางเจรจาอย่างปากีสถาน โดยต่างตกลงที่จะหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดการเจรจายุติสงครามอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุการณ์รุนแรงเริ่มต้นขึ้น อย่างไรก็ดียังคงมีความเสี่ยงที่การเจรจาจะไม่สามารถยุติสงคราม หรืออาจจบลงด้วยข้อตกลงที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อชาติที่ใช้เส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
สำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนในเดือนเมษายน บลจ.อีสท์สปริง ยังคงแนะนำเพิ่มสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้และสินทรัพย์กลุ่ม Defensive เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังเสี่ยงจะยืดเยื้อ ในทางกลับกันเชื่อว่าสหรัฐฯจะพยายามปิดจบสงครามให้เร็วที่สุดเพื่อลดผลกระทบต่อการเลือกตั้ง mid-term ในช่วงปลายปี จึงเป็นโอกาสดีที่จะทยอยสะสมกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างจำกัดอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาทิ กลุ่มหุ้นเทคโนโลยี
ธีมการลงทุนแนะนำ ได้แก่
1.ธีม Defensive คือ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Multi Asset Income (ES-GAINCOME) เน้นลงทุนผ่านกองทุนหลัก AMUNDI FUNDS INCOME OPPORTUNITIES บริหารจัดการโดย Amundi Luxembourg S.A. ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักมีการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย (Diversified) ครอบคลุมทั้งหุ้น พันธบัตร ตราสารหนี้ สินทรัพย์ทางเลือก และสร้างรายได้ในทุกภาวะตลาด ท่ามกลางสถานการณ์ความกังวลสงครามในอิหร่าน ส่งผลกดดันทั้งตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้จากแนวโน้มเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น สถานการณ์แบบนี้จึงเหมาะกับการลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนลง โดยใช้กองทุนที่มีกลยุทธ์ยืดหยุ่นเน้นกระแสเงินสด (Income Play) ที่มีเป้าหมายหลักในการสร้างกระแสรายได้ที่สูงในปัจจุบัน โดยมีความยืดหยุ่นในการลงทุนทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ไปจนถึง Equity Linked Note (หุ้นกู้อนุพันธ์) จึงเหมาะกับสถานการณ์ที่ตลาดมีความเสี่ยงและหาผลตอบแทนได้ยากในปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การคัดเลือกลงทุนของกองทุน ES-GAINCOME
2.ธีม Rotation back to Tech คือกองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Technology (ES-GTECH) เน้นลงทุนในกองทุนหลักกองทุน Polar Capital Funds Plc-Global Technology Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั่วโลก บริหารจัดการโดย Polar Capital Funds public limited company โดยเริ่มเห็นนักลงทุน Rotation ออกจากภูมิภาคอื่นๆกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้นตามเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย ร่วมกับผลกระทบจากสงครามที่จำกัดเนื่องจากสหรัฐฯเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมัน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่ถูกเทขายในช่วงต้นปีก่อนสงครามเริ่มต้นขึ้น
ด้านกองทุน ES-GTECH ซึ่งกองทุนหลักมีการกระจายการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกสามารถรักษาผลการดำเนินงานได้ต่อเนื่องจากกลยุทธ์กระจายการลงทุนทั่วโลก เน้นบริษัทเทคฯที่ทำกำไรได้แล้วและอยู่ในช่วงเติบโต อีกทั้งกองทุนเปิดให้สามารถซื้อ Put Option เสริมพอร์ต ทำให้ทั้งในช่วงต้นปีที่เทคฯสหรัฐฯถูกเทขาย และในช่วงนี้ซึ่งเทคฯเอเชียถูกเทขาย