SCC ดีดขึ้น 5.14% มาที่ 225.00 บาท เพิ่มขึ้น 11 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,656.27 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.09 น. จากราคาเปิด 217 บาท ราคาต่ำสุด 217 บาท ราคาสูงสุด 225.00 บาท
บล.ดาโอ (ประเทศไทย) มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อภาพรวมกลุ่มปิโตรเคมีและคาดว่า บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย [SCC] จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่แข็งแกร่งที่ 5.4 พันล้านบาท เทียบกับกำไร 1.1 พันล้านบาทในไตรมาส 1/68 และขาดทุน -3.7 พันล้านบาทในไตรมาส 4/68 โดยมีสมมติฐาน ดังนี้
1) ธุรกิจปิโตรเคมีจะได้ประโยชน์จากการรับรู้กำไรจากสต๊อก (stock gain) ที่เป็นไปได้ตามแนวโน้มราคาแนฟทา (naphtha) ที่สูงขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยชดเชยปริมาณขายรวมของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่น่าจะได้ผลกระทบจากการประกาศเหตุสุดวิสัย (force majeure) ของโรงแครกเกอร์ระยองโอเลฟินส์ (ROC)
2) เราคาดว่าสงครามระหว่างอิสราเอล/สหรัฐอเมริกา (US)-อิหร่านจะส่งผลต่ออุปทานโลกของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีซึ่งจะส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ (olefins spread) ทรงตัวในระดับสูงในไตรมาส 2/69
3) เราคาดว่ากำไรปกติของ SCC จะเติบโตแข็งแกร่ง YoY ในไตรมาส 2/69 จากแรงหนุนของ olefins spread ที่สูงขึ้น ในขณะที่ เราเชื่อว่าโรงแครกเกอร์ของบริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด (MOC) และ Long Son Petrochemical (LSP) จะสามารถจัดหาวัตถุดิบได้เพียงพอและไม่ต้องประกาศ force majeure
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ขึ้น +68%/+32% เป็น 1.66/1.41 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 1.41 หมื่นล้านบาทในปี 2568 หลักๆเพื่อสะท้อนสมมติฐาน olefins spread ที่สูงขึ้นและปริมาณขายรวมผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี (PE, PP, PVC) ที่ดีขึ้น
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น "ซื้อ" จากเดิม "ขาย" ที่ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2026E ที่ 250.00 บาท (เดิม 165.00 บาท) อิงวิธี SOTP โดยเราคาดว่าบริษัทจะได้ประโยชน์จากภาพรวมตลาดปิโตรเคมีที่ดีขึ้นจากอุปทานที่ลดลงจากผลกระทบของสงครามอิสราเอล/US-อิหร่านซึ่งส่งผลให้ olefins spread จะทรงตัวสูงได้ตลอดปี