กระแสความเคลื่อนไหวของหุ้น บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) [DELTA] ที่เพิ่งถูกทางการสั่งบังคับให้ซื้อขายในบัญชี Cash Balance เป็นหนึ่งในตัวอย่างสะท้อนมุมมองที่แตกต่างกันระหว่าง "นักลงทุนที่ลงทุนด้วยความรู้สึก" กับ "นักลงทุนที่ศึกษาอย่างลึกซึ้ง" ได้อย่างชัดเจน
การมีมาตรการ Cash Balance จากตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้ามา ทำให้หลายคนเลือกที่จะถอยเพราะความกลัว กลัวในสัญญาณที่ส่งออกมา แต่ในอีกด้านหนึ่ง คนที่เข้าใจโครงสร้างของตลาด กลับมองเห็นว่ามันเป็นจังหวะทองของการสะสมอีกครั้งหนึ่ง

เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าเครื่องมือที่เป็นกฎเกณฑ์ อย่าง Cash Balance หรือแม้แต่กฎห้ามสัดส่วนของหุ้นตัวหนึ่งที่ถูกจำกัดไม่ให้เกิน 10% ที่กำหนดในดัชนี (Capped Weight) เหล่านี้ไม่สามารถกดมูลค่า market cap ของหุ้น DELTA ได้แต่อย่างใด
ต่อให้แม้ทางการจะไปให้สุดทาง เอา DELTA ออกจากดัชนี SET50 เพราะสุดท้ายนักลงทุนที่ชาญฉลาด จะลงทุนเพราะธุรกิจแข่งขันได้ กำไรมีอย่างแท้จริง เรื่องราวมันก็มีแค่เท่านี้
ในทางกลับกัน หากธุรกิจของหุ้น DELTA มีกำไรที่ผกผัน แม้จะอยู่ในกี่ดัชนี และมีการเชียร์กันออกนอกหน้า ก็ยากที่จะดึงดูดให้มีคนเข้ามาลงทุนหุ้นตัวนี้ได้
มาตรการ Cash balance และ Capped weight มันเป็นเพียงแค่เครื่องมือควบคุมความร้อนแรงของราคาหุ้นรายตัวในระยะสั้น หรือชั่วคราวเท่านั้น แต่มันก็สามารถเป็นโอกาสให้กับนักลงทุนที่เข้าใจเกมส์ เข้าใจกติกา ที่จะได้ประโยชน์จากช่องโหว่ของความไม่เข้าใจในความผันผวนเหล่านี้
สิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ คือทุกครั้งที่หุ้น DELTA ถูกแรงกดเชิงเทคนิคจากกฎเกณฑ์ดังกล่าว ราคาหุ้นมักจะย่อตัว และทุกครั้งที่ย่อตัว ก็จะมีนักลงทุนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีเงินทุนที่รออยู่แล้ว เข้ามารับในช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง
โดยเฉพาะช่วงสิ้นไตรมาสที่ผ่านมา ล่าสุด หุ้น DELTA ก็ได้รับแรงกระแทกจากเกณฑ์ดังกล่าว ที่กองทุนต้องปรับพอร์ตตามข้อจำกัดน้ำหนักที่ไม่เกิน10%
ทำไมแรงซื้อหุ้น DELTA จึงมีกลับมา
ถ้าลองถอยออกมามองภาพใหญ่ระดับโลก จะยิ่งเห็นชัดขึ้นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เฉพาะหุ้น DELTA เพียงตัวเดียว แต่มันคือ ธีม AI Hardware สุดแสนจะร้อนแรงของโลกในตอนนี้ ดูตัวอย่างง่ายๆ ก็ดูตลาดเกาหลี ตลาดไต้หวัน ที่ทะลุฟ้าไปถึงไหน ซึ่งมันจะเป็นอย่างนี้จนมันจบรอบวัฎจักรของมันเอง
หากมาดูหุ้นผู้นำโลกในฝั่งสหรัฐฯ บริษัทอย่าง NVIDIA ที่นำโดย Jensen Huang กลายเป็นจุดเริ่มต้นศูนย์กลางของคลื่น AI โลก จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ผลิต GPU สำหรับเกม มาวันนี้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต้นน้ำของ AI ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น Data Center, Cloud หรือแม้แต่โมเดลอย่าง ChatGPT ทั้งหมดล้วนต้องเริ่มจากการพึ่งพาชิปประมวลผลระดับสูง
ราคาหุ้น NVIDIA ที่พุ่งขึ้นหลายพันเปอร์เซ็นต์ในช่วงเพียงไม่กี่ปี ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงแค่หุ้นตัวเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการ re-rate ของทั้งอุตสาหกรรม
ไม่ว่าจะเป็นบริษัทผลิตชิป อาทิ เช่น AMD, TSMC, AVGO, รวมถึงผู้ผลิตอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงบริษัทด้านพลังงาน และระบบจ่ายไฟ ซึ่งตรงนี้เอง คือจุดแข็งที่ DELTAได้เข้ามาร่วมเกี่ยวข้องโดยตรง
DELTA ไม่ใช่แค่บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ธรรมดา แต่เป็นผู้เล่นสำคัญในโครงสร้างพลังงานของ AI ตั้งแต่ Power Supply, Cooling System และ โซลูชั่นต่างฯ ซึ่งปีสองปีมานี้ ข่าวออกมาแทบรายสัปดาห์เกี่ยวกับการทุ่มเงินเข้ามาลงทุนรวมกันเป็นแสนล้านเหรียญสหรัฐเพื่อแข่งขันกันเป็นผู้นำด้าน AI นี่คือสิ่งที่คนทั้งโลกจับตามอง
นอกจากนี้ สำหรับ Data Center ยังเป็นหัวใจของโลก AI ยุคใหม่ เพื่อประมวลผล และเมื่อ Data Center โต ความต้องการระบบไฟและความเสถียรก็ต้องโตตามแบบทวีคูณ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมก่อนหน้านี้ราคาหุ้น DELTA ไต้หวัน จึงสามารถวิ่งจากระดับประมาณ 900-1,000 ดอลลาร์ไต้หวัน ไปแตะ 1,750 ดอลลาร์ไต้หวัน ได้ในระยะเวลา 3 เดือน ถึงแม้จะมีเรื่องสงครามก็ตาม เพราะมันไม่ได้สะท้อนแค่ผลประกอบการปัจจุบัน แต่สะท้อนความคาดหวังต่อโลกแห่งอนาคต ที่ต้องการ AI Infrastructure
ในขณะที่หุ้น AI Hardware หลายตัวในอเมริกา บางบริษัทแทบยังไม่มีกำไรด้วยซ้ำ แต่ราคาหุ้นสามารถปรับขึ้น 50-100% ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ เพราะคนทั้งโลกแห่ขนเงินไปซื้อ เพราะชอบสตอรี่การเติบโตอย่างก้าวกระโดด มากกว่าความนิ่งไม่หวือหวาแบบดั้งเดิม
กลับมาที่ตลาดหุ้นไทย ภาพใหญ่กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โครงสร้างตลาดและพฤติกรรมของนักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับ "หุ้นปันผล" และ "ธุรกิจที่ผ่านจุดต้องพิสูจน์แล้ว" มากกว่ามองหา "ธุรกิจแห่งอนาคต" อย่างแท้จริง ทำให้หุ้นที่มีลักษณะเติบโตสูง (Growth Stock) มักถูกจำกัดด้วยมาตรการต่าง ๆ เพียงเพราะดูเหมือนว่า PE สูงเมื่อเทียบกับธุรกิจดั้งเดิม
นี่จึงกลายเป็นความย้อนแย้งที่น่าสนใจว่าหุ้นแบบเดียวกับในตลาดโลก ถูกไล่ซื้อจนทำ New High รายวัน กลับต้องถูกกดทับด้วยกฎเกณฑ์งงๆในอีกตลาดแห่งหนึ่ง
สำหรับนักลงทุนที่พอเข้าใจเกมใด้ สิ่งนี้ไม่ใช่อุปสรรค กลับเป็นข้อได้เปรียบ
เพราะเมื่อราคาถูกกดด้วยปัจจัยเทคนิครายวัน ทั้งที่ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแรงจัด โตดีขึ้นตามเทรนด์โลก นั่นคือช่วงเวลาที่ Risk-Reward น่าสนใจมากขึ้นไปอีก
อย่าลืมว่า ตลาดหุ้นไม่ว่าที่ใดในโลก ไม่เคยให้โอกาสในรูปแบบที่ชัดเจนตรงไปตรงมา โอกาสมักจะมาในรูปของความไม่สบายใจของคนส่วนใหญ่เสมอ เพราะผู้ชนะคือคนส่วนน้อย
เหมือนกับเรื่องของ Jensen Huang ที่ต้องรู้สึกขอบคุณพ่อแม่ของเขา และการเมืองไทยสมัยเมื่อ 40 ปีก่อนที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ทำให้ตัดสินใจย้ายลูกเขาไปที่อยู่อเมริกา
การตัดสินใจเมื่อ 40 ปีก่อนนั้น ได้สร้างให้เกิด NVIDIA ขึ้นมาในวันนี้ที่มีมูลค่าเกือบ 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ
หากวันนั้นครอบครัวเขาไม่ตัดสินใจย้ายไปสหรัฐฯ อาจไม่มี NVIDIA ในตลาดหุ้นโลกที่เทรดได้อย่างเสรีแบบทุกวันนี้
เหตุการณ์ที่ดูเหมือนเป็นวิกฤตระยะสั้นในวันนั้น ก็ได้กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนระดับโลกในระยะยาวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในทุกตลาดหุ้นก็เช่นเดียวกัน สิ่งที่ดูเหมือนแรงกดดันในวันนี้ อาจเป็นโอกาสทองของคนเข้าใจภาพใหญ่ได้ชัดกว่าคนอื่น ดั่งเช่นนักลงทุนใดที่เข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หรือซื้อหุ้น DELTA ที่ผ่านมาในวันที่กลุ่มนี้ถูกกดดันด้วยเรื่องเทคนิคระยะสั้น ปัจจุบันราคาหุ้นกลุ่มนี้ทั้งโลกก็คือคำตอบเฉลยที่ชัดแจ้งที่สุด
ธิติ ภัทรยลรดี