บมจ.แมสเทค ลิ้งค์ [MASTEC] เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (พ.ศ. 2569-2571) ภายใต้โครงการ JUMP+ รุกหนักธุรกิจนวัตกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้ากำไรสุทธิโตแตะ 158 ล้านบาท ภายในปี 2571 พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ M&A และขยายสาขาทั่วประเทศ เสริมแกร่งธรรมาภิบาลและการจัดการด้านสภาพภูมิอากาศสู่ความยั่งยืน
แผนธุรกิจ JUMP+ ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท โดยมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าบริษัทผ่านการเติบโตใน 3 ระยะ เพื่อยกระดับจากผู้จัดหาผลิตภัณฑ์วิศวกรรมสู่การเป็น "พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านพลังงาน" (Strategic Energy Partner) อย่างครบวงจร วางเป้าหมายทางการเงินที่สำคัญ ณ ปี 2571 รายได้จากการดำเนินงานตั้งเป้าที่ 2,270 ล้านบาท จากปี 2568 ที่ประมาณ 935.82 ล้านบาท กำไรสุทธิมุ่งเป้าที่ 158 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดดจาก 22.8 ล้านบาทในปี 2568 อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) รักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ที่ระดับ 7% อย่างต่อเนื่อง
ยุทธศาสตร์ 3 ระยะ: จากธุรกิจหลักสู่ New S-Curveบริษัทกำหนดแผนการเติบโตออกเป็น 3 ระยะ เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงและขยายขอบเขตธุรกิจใหม่
ระยะที่ 1 (เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจหลัก): ต่อยอดจากฐานลูกค้าเดิมผ่านกลยุทธ์ Cross-sell และ Up-sell ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศและป้องกันอัคคีภัย พร้อมเริ่มโครงการพลังงานสะอาดในรูปแบบ PPA (Power Purchase Agreement)
ระยะที่ 2 (ขยายสู่โมเดลธุรกิจพลังงานและบริการ): พัฒนาธุรกิจ ESCO (Energy Service Company) ครบวงจร ทั้งการจัดหาเงินทุนและการบำรุงรักษา (O&M) เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income)
ระยะที่ 3 (ยกระดับสู่ Energy Solution Provider): ดันธุรกิจพลังงานเป็น New Core Business พัฒนาแบรนด์ของตนเอง (Own Brand) เช่น Zerofire และ Valor พร้อมขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศ
บริษัทยังมีกลยุทธ์เสริมทัพด้วยการทำ M&A และ Digital Transformation เพื่อเพิ่มความเร็วในการเติบโต MASTEC มีแผนศึกษาและดำเนินการเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการ (M&A) อย่างต่อเนื่องเพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้าง Synergy ควบคู่ไปกับการยกระดับประสิทธิภาพภายในด้วยระบบ ERP และ CRM ใน 3 เฟส ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2571
นอกจากนี้ยังมีแผนขยายสาขาให้ครบ 3 แห่งเพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการทั่วประเทศ ยึดมั่นธรรมาภิบาลและสิ่งแวดล้อมในด้านความยั่งยืน บริษัทตั้งเป้าได้รับการรับรองจากแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ภายในปี 2571 และมุ่งเน้นการจัดการด้านสภาพภูมิอากาศผ่านการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคต