สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ประจำสัปดาห์ (16 - 17 เมษายน 2569) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ มีมูลค่ารวม 150,760 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 75,380 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 66% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 63% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 95,259 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออก โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออก โดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 33,489 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขาย เท่ากับ 8,153 ล้านบาท หรือคิดเป็น 22% และ 5% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB456A (อายุ 19.2 ปี) LB365A (อายุ 10.1 ปี) และ LB26DA (อายุ 0.7 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 4,689 ล้านบาท 3,162 ล้านบาท และ 2,191 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รุ่น LHFG27DA (AA+(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 781 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) รุ่น BJC271A (A) มูลค่าการซื้อขาย 609 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) รุ่น CPAXT27OC (AA-) มูลค่าการซื้อขาย 587 ล้านบาท
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลงประมาณ 2-4 bps. หลังจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอน ด้านปัจจัยต่างประเทศ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะขยายตัว 3.1% ลดลงจากเดิมคาดการณ์ในเดือนม.ค. จะขยายตัว 3.3% จากการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 11,000 ราย สู่ระดับ 207,000 ราย ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 217,000 ราย
สัปดาห์ที่ผ่านมา (16 - 17 เมษายน 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 641 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 1,083 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT)(อายุมากกว่า 1 ปี) 512 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 953 ล้านบาท
หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่ ม.ค. 2565
ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย สัปดาห์นี้ สัปดาห์ก่อนหน้า เปลี่ยนแปลง สะสมตั้งแต่ต้นปี (16 - 17 เม.ย. 69) (7 - 10 เม.ย. 69) (%) (1 ม.ค. - 17 เม.ย. 69) มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ - Outright Trading (ล้านบาท) 150,759.57 448,759.34 -0.66 7,224,971.78 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท) 75,379.79 112,189.84 -0.33 103,213.88 ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index) 107.81 107.51 0.00 ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index) 108.79 108.76 0.00 เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) --% ช่วงอายุของตราสารหนี้ 1 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี 30 ปี สัปดาห์นี้ (17 เม.ย. 69) 0.93 0.96 1.01 1.30 1.56 2.03 2.58 3.12 สัปดาห์ก่อนหน้า (10 เม.ย. 69) 0.94 0.97 1.02 1.32 1.57 2.05 2.62 3.16 เปลี่ยนแปลง (basis point) -1 -1 -1 -2 -1 -2 -4 -4