KBANK ก้าวสู่ Tech Giant ส่ง Orbix Group ชิงเค้กสินทรัพย์ดิจิทัลปี 69 ตั้งเป้ารายได้คุ้มทุน-ขยายฐาน Mass

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday April 22, 2026 09:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

KBANK ก้าวสู่ Tech Giant ส่ง Orbix Group ชิงเค้กสินทรัพย์ดิจิทัลปี 69 ตั้งเป้ารายได้คุ้มทุน-ขยายฐาน Mass

นายกรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย [KBANK] และประธานออร์บิกซ์ กรุ๊ป กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของ KBANK ยังคงให้น้ำหนักธุรกิจธนาคารพาณิชย์ (Core Bank) เป็นแกนหลักสำคัญ 70% ซึ่งเป็นธุรกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่ธนาคารจะเติบโตไปได้ยังต้องมองหาโอกาสใหม่ๆ ด้วยธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจการเงินอื่นๆ ราว 20% เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตให้กับธนาคารในระยะกลางยาว จากการหาตลาดใหม่ๆ เข้ามา เช่น เงินให้ใจ, LINE BK, Kleasing เป็นต้น

ขณะที่เทคโนโลยียังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญในการต่อยอดการเติบโตให้กับธนาคาร รวมทั้งสามารถเข้ามาต่อยอดการพัฒนาบริการ ผลิตภัณฑ์ และการสร้าง Solution ใหม่ๆให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าสามารถใช้บริการทางการเงินได้รวดเร็ว และมีต้นทุนที่ถูกลง และเข้าถึงการบริการทางการเงินได้ง่ายมากขึ้น ซึ่ง ออร์บิกซ์ กรุ๊ป (Orbix Group) จะเป็น 10% ที่เข้ามาสนับสนุนงานด้านเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการเงินให้กับกลุ่ม KBANK

Orbix Group ภายหลังการวางรากฐานธุรกิจเมื่อปีที่แล้วได้ก้าวเข้าสู่เฟสของการขยายตัวอย่างเต็มรูปแบบในปี 69 มุ่งสู่การสร้างการเติบโตในวงกว้าง โดยการดำเนินงานอยู่ภายใต้การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด มีการหารือและดำเนินการขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ก่อนเปิดให้บริการจริง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกบริการเป็นไปอย่างโปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล พร้อมยกระดับระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลให้สามารถรองรับการใช้งานในระดับประเทศและภูมิภาค ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่

1. ขยายการแปลงสินทรัพย์จริงสู่รูปแบบดิจิทัล (Expand RWA Tokenization) โดยขยายการแปลงสินทรัพย์จริงสู่โทเคนดิจิทัล ครอบคลุมพันธบัตร กองทุนรวม และสินทรัพย์ทางเลือก เช่น คาร์บอนเครดิต

2. ขยายฐานผู้ใช้งานในวงกว้าง (Acquire Mass Customer) โดยการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานผ่านระบบยืนยันตัวตนครั้งเดียว (Single KYC) และแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ และเพิ่มสภาพคล่องในตลาด

3. ยกระดับบริการสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับนักลงทุนสถาบัน (Institutional-grade Digital AssetServices) ด้วยการเสริมศักยภาพบริการระดับสถาบัน ทั้งด้านการจัดการกองทุนและการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง

Orbix Group เดินหน้าสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล (B2C) และลูกค้าองค์กร (B2B) ผ่านบริษัทในเครือ ได้แก่ Orbix Trade, Orbix Invest, Orbix Custodian, Orbix Technologyand Innovation และ Kubix โดยมุ่งพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ครอบคลุมทั้งการลงทุน การชำระเงิน และการระดมทุนในโลกดิจิทัล

สำหรับในปี 69 Orbix Group จะผลักดันผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีบล็อกเชนออกมามากขึ้นผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร โดยที่ส่วนงาน ICO Portal ภายใต้ kubix จะมีดีล ICO ในปีนี้ 4 ดีล โดยหนึ่งในนั้นคือ MTS Gold Investment Token โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำแท่งครั้งแรกของไทย ขนาดไม่เกิน 2 พันล้านบาท เป็นความร่วมมือกับบริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด ซึ่งเตรียมเปิดให้นักลงทุนจองซื้อในช่วงไตรมาส 3/69

ช่วงครึ่งปีหลังจะมีดีล ICO ที่ออกมานำเสนอในรูปแบบ Private Investment อีก 2 ดีล มูลค่าดีลละหลักร้อยล้านบาท และในช่วงปลายปีจะมีดีล ICO อีก 1 ดีล ในรูปแบบ Public Investment ระดับพันล้านบาท ซึ่งต่อยอดความสำเร็จจาก Destiny Token ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน

สำหรับ Orbix Group ธุรกิจหลักที่สร้างรายได้เข้ามายังคงมาจากธุรกิจ Orbix Exchange และ kubix ซึ่งเป็น ICO Portal และอีกหนึ่งธุรกิจที่จะมีบทบาทมากขึ้น คือ Orbix Custodian ซึ่ง Orbix Group เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเพียงรายเดียวในประเทศไทย ทำให้ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆจะต้องมาใช้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลกับทาง Orbix Custodian ซึ่งการขยายตัวของสินทรัพย์ดิจิทัลก็จะเป็นโปกาสในการสร้างการเติบโตโตให้กับ Orbix Custodian และสนับสนุนการเติบโตให้กับ Orbix Group ซึ่งในส่วนรายได้ของ Orbix Group ในปี้นี้คาดว่าจะมีรายได้เท่ากับค่าใช้จ่าย

"ในปีนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความพร้อมในการเป็นผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ยังสะท้อนบทบาทในการผลักดันอุตสาหกรรมจากแนวคิดไปสู่นำไปใช้งานจริงในระดับโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง Orbix Group เชื่อมั่นว่าการผสานความแข็งแกร่งของสถาบันการเงินเข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชน จะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างระบบการเงินยุคใหม่ที่เข้าถึงได้ โปร่งใส น่าเชื่อถือ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค" นายกรินทร์ กล่าว

นอกจากนี้ Orbix Group ยังได้เข้าร่วมจัดตั้งสมาพันธ์ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และนวัตกรรมบล็อกเชนแห่งประเทศไทย (Thailand Federation of Digital Asset & Blockchain หรือ TFDB) กับกลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์ ได้แก่ บลจ.เอ็กซ์สปริง บล.เอเซีย พลัส และ บล.กสิกรไทย ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างองค์กรภาคธุรกิจในกลุ่มธุรกิจตลาดทุน กลุ่มธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชนของประเทศไทยต่อไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ